Pick's profileMetal in the mooDPhotosBlogListsMore Tools Help

Pick StawberryFire

Occupation
Location
Interests
Viva Strawberry Fireine!!!
มาเถิดเราชาวสตอร์วเบอร์เรี่ยน
Photo 1 of 7

Metal in the mooD

mood of metal
August 02

เรื่องสั้น แก้ตัว จากครั้งที่แล้วแป๊กว่ะ

ฆัมเฏือณ เณื้อเฬื่องใณณี้ มีเณื้อฮ๋าฬุณแฬง ไม่เหมาะกับเกฬียณ กาก

หฬือภู่ขาฎวิจารณญาณ

 

 

 

 

 

 

 

กลุ่มเด็กสาว ได้โบกมือให้ผมจอดรถ ขนาบข้าง ฟุตบาท ที่พวกเธอยืน
คะเนด้วยสายตาแล้วอายุ รวมกันทั้ง 3 คนคงไม่เกิน 50 ขวบซักเท่าไหร่นัก
และนี่คงออกมาจาก แหล่งสถานเริมรมณ์ แน่ๆ
และแล้วพวกเธอก็ขึ้นมานั่งที่เบาะหลังบนรถผม...

"พี่แท็กซี่ ช่วยไปส่ง 3 ที่เลยนะคะ"  หลังที่สาวสายเดี่ยวสีชมพู คนนั้น
ได้บอกเสร็จแล้ว ก็หันไปคุย หัวเราะคิกคัก กับเพื่อนอีกสองคน
"นี่แก ตอนชั้นไปเข้าห้องน้ำน่ะนะ หนุ่มเสื้อขาวที่พวกแกอยากจะตะครุบไว้น่ะ ตามมาขอเบอร์ชั้นด้วยล่ะ"
"ยี้ สตอร์ แน่ๆ เค้าไม่ได้ปวดขี้แล้วไปขอเบอร์แกมาเช็ดตูดเหรอยะ"
เสียงหัวเราะ ดังลั่นรถ
"แต่ก็น่าเสียดาย นะชั้นน่าจะเอาเบอร์จริงๆ ให้ไป แต่ชั้นเอาเบอร์ แกให้ไปแทนนะซิ"
เสียงหัวเราะดังกว่าเก่า
"บ้า" สาวชุดแซ็ค เขินหน้าแดงก่ำ

และผมก็อดแอบมองผ่านทางกระจกมองหลังไม่ได้
หลายครั้งที่ผมลอบมอง แล้วเธอคนหนึ่ง เห็นอากัปกิริยาผม แล้วเธอ หันไปซุบซิบ
กับเพื่อนของเธอ   นั่นคงเป็นเรื่องที่ไม่น่าสบายใจนักเท่าไหร่

ผมเลยปรับกระจกมองหลังขึ้นเพื่อไม่ให้พวกเธอกังวลใจอีก...

ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำห้องผู้โดยสารได้ไม่นานนัก
สาวเสื้อแขนกุดขาว บาง ได้พูดว่า

"พี่แท๊กซี่ มีเมียรึยังคะ"
เสียงหัวเราะจึงเข้ามาแทนที่ ความเงียบในห้องโดยสาร นี้อีกครั้งหนึ่ง

"ยังครับ" ผมตอบด้วยเนื้อเสียงเปื้อนยิ้ม ลดบรรยากาศมาคุไปได้มากทีเดียว
"แหมเขิน หน้าดำเชียนะ"

หลังจากนั้นผมเป็นผ่ายเริ่มถามพวกเธอบ้าง
"สมัยนี้ในเธค นี่คนเยอะมากไม๊ครับ" ผมแสร้งถาม เพื่อสร้างความเป็นมิตร
"โหวว พี่ไม่เคยเข้าเธคหรือไง คนเยอะจะตายไป หนุ่มๆ เพียบเลยย"  สาวสายเดี่ยวสีชมพูตอบ
ท่าทางเธอคงสติไม่อยู่กับตัวมากนัก  ด้วยขวดสีชา ที่เธอถือขึ้นมาด้วยนั่นแหละ ที่ทำเธอเป็นแบบนี้
"แหะๆ สมัยผม เธค ยังเป็นฟลอร์ให้เต้นรำอยู่เลยอ่าครับ" เอ๊ะตอบไปอย่างงี้เชยมากไม๊นะ

"ต๊ายย เธคที่ลาวเหรอคะ มีรำวงด้วย อิอิ" สาวเปรี้ยว แซวเสียงใส
"แหะๆ สมัยก่อนเป็นยั่งงั้นครับ อ่า ถึงแล้วครับ"
ผมจอดรถสนิท หน้ารั้วอัลลอยด์  พอดีกับที่สาวสายเดี่ยว เปิดประตูรถแล้ว
 โบกมืออำลากับเพื่อนๆ อีก 2 คนที่อยู่บนรถ

ผมขับรถออกไปได้ซักพัก เสียงก็เงียบไป กลายเป็นว่า เธออีก สองคนหลับๆ ตื่นๆ อยู่
ก็น่าเห็นใจอยู่ นี่ก็ตี 3 แล้ว เฮ้อ เป็นวัยรุ่นนี่มันลำบากจริงๆ 

อีกไม่นานผมก็ได้เรียกเธอ ทั้งสองให้ตื่นขึ้น เพื่อถามทางเข้าบ้านเธอว่าไปอย่างไร
.
.
.
เอาล่ะ เหลือคนสุดท้ายแล้วที่จะไปส่งไกลที่สุด  และพูดน้อยที่สุด ในสามคน
สาวชุดแซ็ค ยังคงเอนกายพิงประตูอย่างเหนื่อยอ่อนที่ด้านหลังเบาะนั่งของผม

"พี่ขอแวะข้างทางแป๊ปนะน้อง"
"พี่คะหนูต้องรีบกลับบ้านอ่ะค่ะ"
"ที่มึงออกมาแรด ดึกๆ ดื่นๆ ไม่เห็นอยากกลับ แล้วจะมารีบอะไรตอนนี้"
ผมหันหน้าไป มองเธอเต็มๆ สองตา

ใบหน้าของสาวชุดแซ็ค แสดงถึงความกลัวที่แทรกเข้าสู้ ฝีปากได้อย่างชัดเจน

ผมระเบิดเสียงหัวเราะลั่น
"ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
เธอ กรีดร้องอย่างน่าเวททนา
ยิ่งเธอกลัวเท่าไหร่ ผมยิ่ง ควบคุมตัวเองไม่อยู่
"ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" เสียงหัวเราะผม เร่งขึ้นสูง พร้อมกับ มาตรวัดความเร็วที่ เร่งสูงขึ้น จนจะแตะ 140 อยู่แล้ว

"อย่าทำอะไรหนูเลย หนูกลัวแล้วพี่ ฮือๆๆๆๆ"
ผมยังคงหัวเราะลั่น และหันไปดูร่างเธอ สั่นสะท้าน สะอื้น ไปพร้อมๆ กัน
ผมหักพวงมาลัย เพื่อเข้าเขตชานเมือง

"หนูไหว้ล่ะอย่าทำอะไรหนูเลย  เงิน โทรศัพท์ พี่เอาไปเลยหนูให้ ฮือๆๆ"
เสียงสะอื้น ระส่ำ ปนเสียงเล็กๆ ของเด็ก สาวนี่ช่างไพเราะนัก แต่เสียงนั้นทำให้ผม
นึกถึงเสียง ของอนาคตของชาติคนหนึ่งซึ่งกำลังจะพบกับจุดวิกฤตของชีวิต

น้ำตาเริ่มเอ่อล้นออกมาจาก ดวงตาผม
"โฮๆๆ  ฮือๆๆๆ" ผมเริ่มกลั้นน้ำตาไม่อยู่
"ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"  ผมสะอื้น แทบสิ้นสติ
ท่าทาง สาวชุดแซ็ค จะยิ่งร้องไห้ ดังกว่าเดิม มากนัก
เธอพยายามจะ ทุบกระจก เพื่อขอความช่วยเหลือ
แต่อนิจจา แถวนี้มันปลอดรถ ปลอดคนนัก ผมจึง หักพวงมาลัย เพื่อให้เธอเสียหลัก
ล้มกระแทกเบาะของผม และขอบประตู หลายๆ ครั้ง
เสียงร้องโอดครวญ ปนเสียงครวญคร่ำ ดังระงม

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
จู่ๆ ผมก็หัวเราะขึ้นอีกครั้ง ไม่รู้ซิ รู้แค่มันอยาก
ฮ่ะๆๆๆๆๆ  ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

เสียงกรีดร้องเธอปนไปกับเสียงหัวเราะผมโดยสนิทแล้ว

ผมเลือกที่จะจอดรถข้างแนวป่ากก ใต้ต้นไม้ใหญ่
ผมปีนข้าม เบาะไปเพื่อจะเข้านั่งข้างหลังกับเธอ
เธอใช้มือเล็กๆ ปัดป้องทุบตี ใบหน้าผม และกรีดร้องช่วยด้วยๆ
ซึ่งยิ่งกระตุ้นความกระหายของผม ให้ทวีคูณนัก
ผมชักมีดปอกผลไม้ ขนาด 4 นิ้ว ออกมาจากกระเป๋าหลัง
พร้อมกดปาดไปที่คอขาวเป็นยองไยของเธอ
เลือดลิ่ม ทะลักกลิ่นคลุ้งไปทั่วรถ
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆ"
นานเท่านาน ที่ผมแทบจะลืมหายใจ
.
.
.
ผมล้างคราบเลือด ที่เปรอะเปื้อนใบหน้าด้วย น้ำกลั่นที่เหลือในกระโปรงหลังรถ
และชำระคราบ เลือดภายในห้องโดยสาร จนสะอาด หลังจากที่นำศพ สาวชุดแซ็คหมกไว้
แถวๆ ป่ากกนั่นแหละ รกดี

และผมก็ขึ้นรถ
คาดเข็มขัดนิรภัย
มุ่งสู่ ย่านที่วัยรุ่นเยอะๆ
เพื่อหา "เหยื่อ" รายต่อไป

 

*********************

 

July 25

รู้ไม๊...เกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา...

รู้ไม๊...เกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา...
 
 
 
ผมเดินออกจากธนาคารอย่างเร่งด่วน ด้วยความร้อนใจเป็นยิ่งนัก
เข็มวินาทีบนหน้านาฬิกาเรือนใหญ่ในธนาคารกระดิกไป
อย่างไม่อาวรณ์ร้อนหนาวกับอะไรๆ ที่เกิดขึ้นเลย
 
มันต้องไม่เกิดเรื่องแบบนี้กับผม
ไม่สมควรเลยจริงๆ ทำไม  ทำไม  ทำไม
ทำไม  และ  ทำไม...
 
ถ้าไม่เพราะไอ้พนักงานคนนั้นโวยวายขึ้นมา ผมก็คงไม่ต้องมาอยู่ในสภาพนี้น่ะซิ
ไอ้บ้าเอ๊ย... ควรจะอยู่ในความสงบแท้ๆ  ไอ้พวกไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา  ชิ...
 
รู้ไม๊...เกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาต่อจากนั้น...
 
 
เกิดกระแสชน ทะลักล้นผ่านประตูกระจก 2 บานหน้าธนาคาร
ผมพลาดเอง ที่ไม่ได้ลงกลอนไว้ให้ดี
หน้า - ถนน 4 เลน ที่รถจากไหนก็ไม่รู้ชอบขับผ่านเหลือเกิน ก็ดี ตัวเลือกได้มากขึ้นหน่อย 
          ถ้าวันนี้มีรถเยอะแบบนั้นก็ดีซิ...
หลัง - ธนาคาร  ที่เพิ่งก้าวพ้อนออกมาหยกๆ พร้อมกันกลุ่มชน ที่วิ่งสับสนออกมา
ซ้าย - รถตำรวจ กว่า 10 คัน จอดขวางถนน อยู่ โดยมีจ่าอ้วนๆ พุงพลุ้ย ถือโทรโข่ง ประกาศอะไรโหวกแหวกๆ
           พวกนี้นี่...ชอบทำอะไรให้เป็นเรื่องใหญ่อยู่เรื่อยเลย 
ขวา - ถนนโล่ง ยังกะ วันที่น้ำมันราคาถึง 550 บาท ต่อ ลิตร   ก็แน่ละซิ ทางขวารถตำรวจกันอยู่นี่หว่า
 
ตรอกเล็กๆ ข้างธนาคารล่ะ  อืม...น่าสนใจ  ไม่เสียแรงที่ดูลาดเลาเอาไว้บ้าง  ตรอกนี้แม้จะแคบ
แต่ก็ไปสู่ประตูด้านหลังของธนาคาร ที่ๆ จุดรักษาความปลอดภัยแข็งแรง...น้อยที่สุด ของที่นี่ หึหึ
 
.
.
.
.
 
เฮ้ย!! ไอ้คนจรจัดคนนี้ ไม่ได้อยู่ในแผนเรานี่หว่า  มันจะมาเกี่ยวข้องไม่ได้  มันจะต้องไม่เห็นเรา
 
.
..
...
....
 
มันเห็นเราแล้ว....  เสียใจกับมันด้วย มันไม่น่าเห็นเราเลย  กล่าวลาร่างของเจ้าเสีย วิญญาณ คนจร
 
.
.
.
 
เอาล่ะถึงทางด้านหลังเสียที ป่านนี้ ด้านหน้าธนาคารคงวุ่นวายหน้าดู หึหึ แต่งี้ก็ดีเหมือนกัน เราได้จัดการ
ให้จบๆ ไปซะทีเดียวเลย 
 
สงสัยเหลือเกินว่า "ของ" ยังอยู่ในนั้นไม๊นะ...
 
 
 
 
อืมม ยังอยู่  หึหึ ดีมาก ยังสลบอยู่ที่เดิม ท่าจะสำลักควันซินะ  ช่วยไม่ได้เสือกรูจมูกบาน
ไอ้พวกสมุนมันก็ กองอยู่ข้างๆ ฮ่ะๆๆ ช่างภัคดีกันเสียจริง
 
ได้เวลาแล้วซินะ 
 
5
 
4
 
3
 
2
 
1
 
0...
 
 
 
"ขณะนี้ ดิฉันยืนอยู่ ที่สถานที่จริง ของเหตุการณ์ไฟไหม้ ครั้งใหญ่ของธนาคาร  เมื่อครู่นี้ ได้เกิดเสียงระเบิด
ดังขึ้น สาม ครั้ง ตัวอาคาร ทรุดลง ทางหน่วย ดับเพลิง พยายามสกัดเพลิงที่โหมไหม้อย่างเต็มความสามารถ
แต่ไม่มีท่าทีว่าจะสงบลงเลยค่ะ คุณ อภิชาติ"
นักข่าวสาว ยืนแผดเสียงใส่กล้องท่ามกลางความจอแจของสถานการ ที่เกิดขึ้น
 
 
"เอ่อ คุณวาริษา ครับ แล้วทางท่านนายกรัฐมนตรี ความคืบหน้าเป็นอย่างไรบ้างครับ"
 
"อะไรนะคะ? ขอโทษค่ะ เสียงรบกวนเยอะมากเลยค่ะ"
 
"ครับคุณวาริษา ทางท่านนายกเป็นอย่างไรบ้างครับ"
 
"ลำปางหนาวมาก  จาก ครอบครัวศุภโชค" sms จากทางบ้าน บนหน้าจอฝั่งล่างซ้าย เลื่อนมาเรื่อยๆ
 
"เอ่อ ท่านนายก ยังติดอยู่ภายในตัวอาคารเลยค่ะ ทางหน่วยกู้ภัยได้บุกฝ่าทะเลเพลิงเข้าไป ถึง 2 หนแล้ว
แต่ก็ต้องกลับออกมาทุกครั้งเลยค่ะ สถานการณ์น่าเป็ฯห่วงจริงๆ ค่ะคุณ อภิชาติ"
 
.
.
.
"โอ้ยย ป้าก็เข้าไปฝากเงินล่ะหนู ทีนี้ไอ้หนุ่มใส่เสื้อสีฟ้า มันก็โวยวายว่าอะไรไฟไหม้ๆ ป้าก็เลยรีบออกมาเงินยังไม่ได้ฝากเลยเนี่ย"
 
"วางเพลิงแน่ๆ แกดูซิธนาคาร น่าจะมีระบบดับไฟ พวกน้ำฉีดๆ บนเพดานนะยะนี่ อะไร๊ ไม่เห็นออกซักหยด หวอก็ไม่ดัง ชั๊น เข้าไปจีบหนุ่มแบงค์คนนั้นไม่กี่คำ ก็ต้องแจ้นออกมาซะละ รู้งี้แอบจิ๊กมาซักปึกสองปึก ท่าจะรวย"
"โถ่ อีบ้า จะตายแล้วยังจะเสือกงกอีก รอดมาก็บุญแล้ว  ว๊ายย ตึกถล่มลงมาแล้ว ว๊ายๆๆๆๆๆ"
.
..
...
 
เจ้าเป็นอะไรตาย
 
...
 
เจ้าเป็นอะไรตาย...
 
...
 
สุวาณ  ให้สติมันหน่อยซิ
 
"ขอรับท่าน ยมฑูต"
 
"เฮ้ย ที่นี่ที่ไหน พวกคุณเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาลักพาตัวผม  รู้ไม๊ผมเป็นใคร...ผมเป็นนายกเชียวนะ จะทำอะไรคิดให้ดี อย่..."
 
"หุบปาก  ข้าถามว่าเจ้าเป็นอะไรตาย   สุวาณ เอาน้ำกรดกรอกปากมัน"
 
"อ๊ากกก...  ตาย? กุตายแล้วเหรอ ไม่จริง เมื่อบ่าย เราเข้าไปเซ็นต์รับพันธบัตรที่แบงค์จาก นายเหลี่ยมนี่นาทำไมเราตายได้?"
 
"นายหมัก ปากหมา    ชาตะ นานมาแล้ว มรณะ เมื่อบ่าย ที่ ห้องเซฟ ใต้ตัวอาคารธนาคาร ด้วยแรงระเบิด ตายอนาถ คาที่"
เสียงสุวาณ กล่าว นิ่งเรียบ
 
"เจ้าใช่นายหมัก  ปากหมาหรือไม่  จงอย่าเท็จ"
 
"ใช่..."
 
"ดี...  สุวาณ บันทึกลงบัญชีหนังหมา เพิ่มไปว่า เนรคุณชาติ บิดเบือนความยุติธรรม สนับสนุนอธรรม บ่อนทำลายชาติ"
 
"เอามันลงขุมนรก ลึกที่สุด ร้อยโกฏ ชาติ  ครบกรรมแล้ว ให้ไปเกิดเป็น หนอนบนอาจม อีก ร้อยโกฏชาติ แล้วให้ไป....... อีกด้วย"
 
ปิดบัญชี!!
 
 
....
 
ข่าวล่าสุดจากทางคุณ วาริษา ครับได้แจ้งทางโทรศัพท์แล้วว่า หลังจากที่ทางหน่วยดับเพลิงได้ใช้เวลาควบคุมเพลิงเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมงนั้น ได้ควบคุมให้เพลิงสงบลงได้แล้ว แล้วหน่วยกู้ภัยได้ทำการ เข้าค้นหา ท่านนายก ทันที  แล้วในที่สุด หน่วยกู้ภัย ได้หาม ร่างท่อนบน
ของท่านนายก ออกมา....ขออภัยครับ มันน่าสยองจริงๆ ..........................................
 
ครับทางหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ได้พยายามช่วยเหลือ อย่างเต็มความสามารถ แล้ว ก็ไม่สามารถ ยื้อเงื้อมือมัจจุราช ไว้ได้
ท่านนายก เสียชีวิตลงแล้วอย่างน่าสะเทือนใจ ยิ่งนัก ทางศูนย์ข่าวขอสงบนิ่งไว้อาลัย 2 นาทีครับ
 
.......
 
เฮ้อ... คราวหน้าก็ตัวแม่ซินะ หน้าเหลี่ยมๆ คงต้องพักยาวหน่อย ไม่อยากไปขัดใจกับ ท่านยมฑูต เมืองขเมร จนต้องพิพาทกันแบบคราวก่อน  เอาล่ะๆๆๆๆ
 
 
รู้ไม๊...จะเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาต่อๆ ไป.....
 
July 07

เสี่ยวระดับ โซฆูฬ เรียกเพ่

"ปกติแล้วฉันจะทิ้งตัวลงนั่ง  แล้วจึงนอน

แต่เมื่อวาน ฉันกลับ ล้มตัวลงนอนโดยที่ไม่ได้นั่ง"

บางครั้ง ฉันก็ไม่ต้องการที่จะรับรู้ว่าสิ่งรอบๆ ตัวเกิดอะไรขึ้น

แต่ในบางครั้ง   อยากจะหยุดเวลาเอาไว้นาน...นานเท่าที่ฉันจะดื่มด่ำกับแสงเทียนที่ละเลียดใบหน้าเธอ

มันช่างน่าประทับใจ...ใช่...ฉันห้ามใจไว้ไม่ได้...

ที่จะลนน้ำมันพรายจากเธอ

เอ้ย!!  ที่จะบอกว่าเธอช่างน่าค้นหา ภายใต้ดวงตาคู่นั้น...

แม้ว่าเราจะไม่ค่อยรู้จักกัน    แต่ทำไมใจฉันถึงลอย...

เช้า...สาย...บ่ายคล้อยๆ...  เสียงของเธอยังคงลอย มาตามสายลม

เอาเงินที่ยืมไปคืนมา   เอ๊ะ  นี่เสียงใครหว่า แผดเสียงขรม

เวรเสียแล้ว เจ้าหนี้ ขี้เหนียวบรม   มาทำลายฝันลมลมแล้งแล้งของฉันให้หมดไป...

ข้างบนนั้นไม่ใช่กลอน   ไม่ได้มีวรรคไม่ได้มีตอนให้เขียนถม

มันแค่มีสัมผัสตามอารมณ์   อยากจะมีรักรสส้มซาบซ่านใจ

แม้ว่าหวานหรือเปรี้ยวก็อยากรู้

แม้ว่าฟันจะเป็นรูคงสุขสม

อาจจะอ้วนขึ้นไปไม่น่าชม

ก็อยากกินลูกอมซักกะที~~~*

ฮ่าๆๆ    อ๊ากกกกกกๆๆๆๆๆ     

เอ๊ะโอ!!   หมดเวลาสนุกแล้วซิๆ ๆ ~~~*

 

 

 

 

June 28

ผลการประกวดกลอน ฉันได้อันดับที่.....

 

เรื่องธรรมชาติพรรณไม้ : พรรณไม้ในธรรมชาติ

 

พรรณ มากมายหลายล้น บนผืนป่า

พืช พฤกษา พาโลกสวย ช่วยสร้างสรรค์

มอบ อากาศ สดใส ให้ผลพลัน

ความหวัง เดียว คอยคุ้มกันยามน้ำมา


มอบ ชีวิตผลิตผลบนโลกสวย

พลัง พืชพันธุ์ช่วย เติมคุณค่า

สู่ สายน้ำลำธารสานวิญญา

แผ่นดิน ชุ่มเพราะป่า มาเติมเต็ม

คน มองพืชว่ามีมากเหลือล้น

ชั่ว ชีวิตใช้จนผืนดินเข้ม

หมาย ยึดครองจองถางเข้าทางเล็ม

จ้องกิน จะหมายเม้ม เต็มอัตรา


ถูกถาง ตัดมัดขายไม่แยแส

หมิ่น ค่าป่าไม่เหลียวแลซ้ำหักหาญ

สิ้น หมดสิ้นผืนป่าหมดลดลำธาร

สนใจ เพียงเงินงานการหมายมอง

เพราะ ผืนป่านั้นมีค่ากว่า ทรัพย์

พืชนั้น นับคุณค่ากว่าทั้ง ผอง

คือ ความหมายแห่งจิตใจใช่เงิน ทอง

หวัง รักษาอย่าครอบครองผอง เหล่าไทย


โลก จะสวยต้องมีการร่วม ช่วย

จีรัง ด้วยชนเราเฝ้า เก็บไว้

ด้วย สองมือของเราปกป้อง ไป

ป่าไม้ ให้สืบไปนาน แสนนาน.

 

ด้านบนเป็นกลอนที่แต่งขึ้นเพื่อส่งประกวด  เอามาให้อ่านกันแบบ เต็มๆ ก่อนแก้ไข เลย

ซึ่งจะเห็นได้ว่า ยังคงมีจุดบกพร่องอยู่พอสมควร เช่น เสียงท้ายวรรครับ(วรรคที่ 2 ของบท) ยังไม่เป็นเสียงจัตวา,

เนื้อความยังไม่ค่อยสมบูรณ์ตามโจทย์ที่ได้มานัก ควรจะได้รับการแก้ไขเสียหน่อย....

จะว่าไปแล้วก็ไม่หน่อยนะเนี่ย....

 

บนทรายดินหินผาทุกหล้าแหล่ง

ในห้วงแห่งคงคามหาศาล

เป็นที่เกิดชีวิตนิจกาล

ชีพสืบสานต่อเนื่องจากเบื้องบรรพ์

 

ต้นไม้มากหลากค่าสารพัด

ทั้งคนสัตว์เกิดรวมร่วมสร้างสรรค์

สิ่งแวดล้อมพร้อมเอื้อเกื้อเผ่าพันธุ์

เจริญวันเจริญวัยในปฐพี

 

ด้วยดินน้ำธรรมชาติอากาศพร้อม

สิ่งแวดล้อมแตกต่างระหว่างที่

จะร้อนแล้งแห้งชุ่มลุ่มนที

ชีวิตมีสภาพเหมาะเฉพาะตน

 

ผองพรรณไม้ได้นำอำนวยสุข

แก้ไขยุคมลภาวะประสบผล

ปัจจัยสี่ที่ช่วยอำนวยชนม์

ให้สัตว์คนสุขสันต์คือพรรณไม้

 

พรรณไม้มีบุณคุณการุนย์ล้ำ

แต่คนทำวิปริตผิดยิ่งใหญ่

ลักลอบตัดพืชผองมิตรองภัย

ความมักได้ผลาญโลกให้โศกตรม

 

สิ้นพืชไปภัยพิบัติซัดโถมโลก

วิปโยคลำบากยากเหลือข่ม

ร่วมรักษ์พืชพรรณไว้ให้อุดม

เพื่อสังคมมนุษยชาติปราศทุกข์ภัย

......

ได้ทำการตัดกระทู้หน้าและหลังออก  เนื่องจากการเขียนกระทู้ใส่ไปทำให้คำถูกบีบบังคับเข้ามา ซึ่งเรายังไม่เก่งเข้าขั้นนักจึงนำออกดีกว่า

เพื่อให้ใจความที่สมบูรณ์   และ กลอนชุดหลังนี้เป็นชุดที่ส่งเข้าประกวด 

โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่า หัวข้อนี้แม่งงงโคตรยากเลยตีความผิดกก็หมดสิทธิ์ แตะรางวัล ดีนะที่ไหวตัวทัน รางวัลจึงไม่ไปไหนเสีย หึหึ

 คนที่ได้รางวัลที่ 2 3 และชมเชย ยอมรับว่าเขียนได้ดีมาก ในด้านของการเลือกคำมาใช้   แต่ถ้าจะให้ดีมากขึ้นต้องให้ความสำคัญกับความหมายด้วย

ฉันก็เคย ให้กลอนพาอารมณ์ไป  มันไปได้เรื่อยๆ จริงๆ แต่ความไม่ยักตามไปด้วย  จุดนี้ก็พยายามปรับปรุงอยู่  

 

ปล. เมฑั่ล แบบมีคุณภาพ



June 17

การอัพสเปซครั้งนี้มีที่มา

 
 
      เนื่องจากการประกาศตัวอย่างเป็นทางการแล้ว  และการกระทำก็เด่นชัด....
ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลใดจะต้องกล่าวให้ร่ำไรเสียเวลา
แต่การอัพสเปซนี้ มันมีที่มา   การอัพครั้งนี้มันมีที่มา...
 
 
ขาดสิ่งหนึ่งไม่ถึงตาย แค่บางทีมันคล้ายว่าขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง
แต่นั่น เราเป็นคนเลือกเอง...
เลือกที่จะยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น
ตัดสินใจในการกระทำของตนเอง...
 
 
ขอให้โชคดี
 
เพราะต่อแต่นี้...
 
จะไม่มี...
 
คนๆ นี้...
 
ubchune 
 
ใน B.net  ต้องขาด InW ไปคนนึง
 
เนื่องจาก รับไม่ได้จริงๆ
 
และผนวกกับ การเข้ามาแทนที่ในดวงใจ ด้วย เหล่าฮีโร่ 4 สีมีทีวีที่พุง
 
นามว่า
 
"Teletubbies"
"เธเฬฒัพบี้"
 
 
เพราะอากาศ....เปลี่ยนแปลงบ่อย
ตลาดก็เลย....เปลี่ยนแกงบ่อย ไปด้วย
 
เวรเอ๊ย... เกริ่นนำก็หมดไปเยอะแล้ว  ไว้ต่อคราวต่อไปโว้ย ฮ่าๆ
 
ปล. CG+ ผมได้ลงงานเขียนแล้ว 2 เล่ม คือเล่ม 11 กับ 12!!  หายืมอ่านกันได้แล้ว 55+