Pick's profileMetal in the mooDPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    August 02

    เรื่องสั้น แก้ตัว จากครั้งที่แล้วแป๊กว่ะ

    ฆัมเฏือณ เณื้อเฬื่องใณณี้ มีเณื้อฮ๋าฬุณแฬง ไม่เหมาะกับเกฬียณ กาก

    หฬือภู่ขาฎวิจารณญาณ

     

     

     

     

     

     

     

    กลุ่มเด็กสาว ได้โบกมือให้ผมจอดรถ ขนาบข้าง ฟุตบาท ที่พวกเธอยืน
    คะเนด้วยสายตาแล้วอายุ รวมกันทั้ง 3 คนคงไม่เกิน 50 ขวบซักเท่าไหร่นัก
    และนี่คงออกมาจาก แหล่งสถานเริมรมณ์ แน่ๆ
    และแล้วพวกเธอก็ขึ้นมานั่งที่เบาะหลังบนรถผม...

    "พี่แท็กซี่ ช่วยไปส่ง 3 ที่เลยนะคะ"  หลังที่สาวสายเดี่ยวสีชมพู คนนั้น
    ได้บอกเสร็จแล้ว ก็หันไปคุย หัวเราะคิกคัก กับเพื่อนอีกสองคน
    "นี่แก ตอนชั้นไปเข้าห้องน้ำน่ะนะ หนุ่มเสื้อขาวที่พวกแกอยากจะตะครุบไว้น่ะ ตามมาขอเบอร์ชั้นด้วยล่ะ"
    "ยี้ สตอร์ แน่ๆ เค้าไม่ได้ปวดขี้แล้วไปขอเบอร์แกมาเช็ดตูดเหรอยะ"
    เสียงหัวเราะ ดังลั่นรถ
    "แต่ก็น่าเสียดาย นะชั้นน่าจะเอาเบอร์จริงๆ ให้ไป แต่ชั้นเอาเบอร์ แกให้ไปแทนนะซิ"
    เสียงหัวเราะดังกว่าเก่า
    "บ้า" สาวชุดแซ็ค เขินหน้าแดงก่ำ

    และผมก็อดแอบมองผ่านทางกระจกมองหลังไม่ได้
    หลายครั้งที่ผมลอบมอง แล้วเธอคนหนึ่ง เห็นอากัปกิริยาผม แล้วเธอ หันไปซุบซิบ
    กับเพื่อนของเธอ   นั่นคงเป็นเรื่องที่ไม่น่าสบายใจนักเท่าไหร่

    ผมเลยปรับกระจกมองหลังขึ้นเพื่อไม่ให้พวกเธอกังวลใจอีก...

    ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำห้องผู้โดยสารได้ไม่นานนัก
    สาวเสื้อแขนกุดขาว บาง ได้พูดว่า

    "พี่แท๊กซี่ มีเมียรึยังคะ"
    เสียงหัวเราะจึงเข้ามาแทนที่ ความเงียบในห้องโดยสาร นี้อีกครั้งหนึ่ง

    "ยังครับ" ผมตอบด้วยเนื้อเสียงเปื้อนยิ้ม ลดบรรยากาศมาคุไปได้มากทีเดียว
    "แหมเขิน หน้าดำเชียนะ"

    หลังจากนั้นผมเป็นผ่ายเริ่มถามพวกเธอบ้าง
    "สมัยนี้ในเธค นี่คนเยอะมากไม๊ครับ" ผมแสร้งถาม เพื่อสร้างความเป็นมิตร
    "โหวว พี่ไม่เคยเข้าเธคหรือไง คนเยอะจะตายไป หนุ่มๆ เพียบเลยย"  สาวสายเดี่ยวสีชมพูตอบ
    ท่าทางเธอคงสติไม่อยู่กับตัวมากนัก  ด้วยขวดสีชา ที่เธอถือขึ้นมาด้วยนั่นแหละ ที่ทำเธอเป็นแบบนี้
    "แหะๆ สมัยผม เธค ยังเป็นฟลอร์ให้เต้นรำอยู่เลยอ่าครับ" เอ๊ะตอบไปอย่างงี้เชยมากไม๊นะ

    "ต๊ายย เธคที่ลาวเหรอคะ มีรำวงด้วย อิอิ" สาวเปรี้ยว แซวเสียงใส
    "แหะๆ สมัยก่อนเป็นยั่งงั้นครับ อ่า ถึงแล้วครับ"
    ผมจอดรถสนิท หน้ารั้วอัลลอยด์  พอดีกับที่สาวสายเดี่ยว เปิดประตูรถแล้ว
     โบกมืออำลากับเพื่อนๆ อีก 2 คนที่อยู่บนรถ

    ผมขับรถออกไปได้ซักพัก เสียงก็เงียบไป กลายเป็นว่า เธออีก สองคนหลับๆ ตื่นๆ อยู่
    ก็น่าเห็นใจอยู่ นี่ก็ตี 3 แล้ว เฮ้อ เป็นวัยรุ่นนี่มันลำบากจริงๆ 

    อีกไม่นานผมก็ได้เรียกเธอ ทั้งสองให้ตื่นขึ้น เพื่อถามทางเข้าบ้านเธอว่าไปอย่างไร
    .
    .
    .
    เอาล่ะ เหลือคนสุดท้ายแล้วที่จะไปส่งไกลที่สุด  และพูดน้อยที่สุด ในสามคน
    สาวชุดแซ็ค ยังคงเอนกายพิงประตูอย่างเหนื่อยอ่อนที่ด้านหลังเบาะนั่งของผม

    "พี่ขอแวะข้างทางแป๊ปนะน้อง"
    "พี่คะหนูต้องรีบกลับบ้านอ่ะค่ะ"
    "ที่มึงออกมาแรด ดึกๆ ดื่นๆ ไม่เห็นอยากกลับ แล้วจะมารีบอะไรตอนนี้"
    ผมหันหน้าไป มองเธอเต็มๆ สองตา

    ใบหน้าของสาวชุดแซ็ค แสดงถึงความกลัวที่แทรกเข้าสู้ ฝีปากได้อย่างชัดเจน

    ผมระเบิดเสียงหัวเราะลั่น
    "ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
    เธอ กรีดร้องอย่างน่าเวททนา
    ยิ่งเธอกลัวเท่าไหร่ ผมยิ่ง ควบคุมตัวเองไม่อยู่
    "ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" เสียงหัวเราะผม เร่งขึ้นสูง พร้อมกับ มาตรวัดความเร็วที่ เร่งสูงขึ้น จนจะแตะ 140 อยู่แล้ว

    "อย่าทำอะไรหนูเลย หนูกลัวแล้วพี่ ฮือๆๆๆๆ"
    ผมยังคงหัวเราะลั่น และหันไปดูร่างเธอ สั่นสะท้าน สะอื้น ไปพร้อมๆ กัน
    ผมหักพวงมาลัย เพื่อเข้าเขตชานเมือง

    "หนูไหว้ล่ะอย่าทำอะไรหนูเลย  เงิน โทรศัพท์ พี่เอาไปเลยหนูให้ ฮือๆๆ"
    เสียงสะอื้น ระส่ำ ปนเสียงเล็กๆ ของเด็ก สาวนี่ช่างไพเราะนัก แต่เสียงนั้นทำให้ผม
    นึกถึงเสียง ของอนาคตของชาติคนหนึ่งซึ่งกำลังจะพบกับจุดวิกฤตของชีวิต

    น้ำตาเริ่มเอ่อล้นออกมาจาก ดวงตาผม
    "โฮๆๆ  ฮือๆๆๆ" ผมเริ่มกลั้นน้ำตาไม่อยู่
    "ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"  ผมสะอื้น แทบสิ้นสติ
    ท่าทาง สาวชุดแซ็ค จะยิ่งร้องไห้ ดังกว่าเดิม มากนัก
    เธอพยายามจะ ทุบกระจก เพื่อขอความช่วยเหลือ
    แต่อนิจจา แถวนี้มันปลอดรถ ปลอดคนนัก ผมจึง หักพวงมาลัย เพื่อให้เธอเสียหลัก
    ล้มกระแทกเบาะของผม และขอบประตู หลายๆ ครั้ง
    เสียงร้องโอดครวญ ปนเสียงครวญคร่ำ ดังระงม

    ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
    จู่ๆ ผมก็หัวเราะขึ้นอีกครั้ง ไม่รู้ซิ รู้แค่มันอยาก
    ฮ่ะๆๆๆๆๆ  ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

    เสียงกรีดร้องเธอปนไปกับเสียงหัวเราะผมโดยสนิทแล้ว

    ผมเลือกที่จะจอดรถข้างแนวป่ากก ใต้ต้นไม้ใหญ่
    ผมปีนข้าม เบาะไปเพื่อจะเข้านั่งข้างหลังกับเธอ
    เธอใช้มือเล็กๆ ปัดป้องทุบตี ใบหน้าผม และกรีดร้องช่วยด้วยๆ
    ซึ่งยิ่งกระตุ้นความกระหายของผม ให้ทวีคูณนัก
    ผมชักมีดปอกผลไม้ ขนาด 4 นิ้ว ออกมาจากกระเป๋าหลัง
    พร้อมกดปาดไปที่คอขาวเป็นยองไยของเธอ
    เลือดลิ่ม ทะลักกลิ่นคลุ้งไปทั่วรถ
    "ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆ"
    นานเท่านาน ที่ผมแทบจะลืมหายใจ
    .
    .
    .
    ผมล้างคราบเลือด ที่เปรอะเปื้อนใบหน้าด้วย น้ำกลั่นที่เหลือในกระโปรงหลังรถ
    และชำระคราบ เลือดภายในห้องโดยสาร จนสะอาด หลังจากที่นำศพ สาวชุดแซ็คหมกไว้
    แถวๆ ป่ากกนั่นแหละ รกดี

    และผมก็ขึ้นรถ
    คาดเข็มขัดนิรภัย
    มุ่งสู่ ย่านที่วัยรุ่นเยอะๆ
    เพื่อหา "เหยื่อ" รายต่อไป

     

    *********************

     

    July 25

    รู้ไม๊...เกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา...

    รู้ไม๊...เกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา...
     
     
     
    ผมเดินออกจากธนาคารอย่างเร่งด่วน ด้วยความร้อนใจเป็นยิ่งนัก
    เข็มวินาทีบนหน้านาฬิกาเรือนใหญ่ในธนาคารกระดิกไป
    อย่างไม่อาวรณ์ร้อนหนาวกับอะไรๆ ที่เกิดขึ้นเลย
     
    มันต้องไม่เกิดเรื่องแบบนี้กับผม
    ไม่สมควรเลยจริงๆ ทำไม  ทำไม  ทำไม
    ทำไม  และ  ทำไม...
     
    ถ้าไม่เพราะไอ้พนักงานคนนั้นโวยวายขึ้นมา ผมก็คงไม่ต้องมาอยู่ในสภาพนี้น่ะซิ
    ไอ้บ้าเอ๊ย... ควรจะอยู่ในความสงบแท้ๆ  ไอ้พวกไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา  ชิ...
     
    รู้ไม๊...เกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาต่อจากนั้น...
     
     
    เกิดกระแสชน ทะลักล้นผ่านประตูกระจก 2 บานหน้าธนาคาร
    ผมพลาดเอง ที่ไม่ได้ลงกลอนไว้ให้ดี
    หน้า - ถนน 4 เลน ที่รถจากไหนก็ไม่รู้ชอบขับผ่านเหลือเกิน ก็ดี ตัวเลือกได้มากขึ้นหน่อย 
              ถ้าวันนี้มีรถเยอะแบบนั้นก็ดีซิ...
    หลัง - ธนาคาร  ที่เพิ่งก้าวพ้อนออกมาหยกๆ พร้อมกันกลุ่มชน ที่วิ่งสับสนออกมา
    ซ้าย - รถตำรวจ กว่า 10 คัน จอดขวางถนน อยู่ โดยมีจ่าอ้วนๆ พุงพลุ้ย ถือโทรโข่ง ประกาศอะไรโหวกแหวกๆ
               พวกนี้นี่...ชอบทำอะไรให้เป็นเรื่องใหญ่อยู่เรื่อยเลย 
    ขวา - ถนนโล่ง ยังกะ วันที่น้ำมันราคาถึง 550 บาท ต่อ ลิตร   ก็แน่ละซิ ทางขวารถตำรวจกันอยู่นี่หว่า
     
    ตรอกเล็กๆ ข้างธนาคารล่ะ  อืม...น่าสนใจ  ไม่เสียแรงที่ดูลาดเลาเอาไว้บ้าง  ตรอกนี้แม้จะแคบ
    แต่ก็ไปสู่ประตูด้านหลังของธนาคาร ที่ๆ จุดรักษาความปลอดภัยแข็งแรง...น้อยที่สุด ของที่นี่ หึหึ
     
    .
    .
    .
    .
     
    เฮ้ย!! ไอ้คนจรจัดคนนี้ ไม่ได้อยู่ในแผนเรานี่หว่า  มันจะมาเกี่ยวข้องไม่ได้  มันจะต้องไม่เห็นเรา
     
    .
    ..
    ...
    ....
     
    มันเห็นเราแล้ว....  เสียใจกับมันด้วย มันไม่น่าเห็นเราเลย  กล่าวลาร่างของเจ้าเสีย วิญญาณ คนจร
     
    .
    .
    .
     
    เอาล่ะถึงทางด้านหลังเสียที ป่านนี้ ด้านหน้าธนาคารคงวุ่นวายหน้าดู หึหึ แต่งี้ก็ดีเหมือนกัน เราได้จัดการ
    ให้จบๆ ไปซะทีเดียวเลย 
     
    สงสัยเหลือเกินว่า "ของ" ยังอยู่ในนั้นไม๊นะ...
     
     
     
     
    อืมม ยังอยู่  หึหึ ดีมาก ยังสลบอยู่ที่เดิม ท่าจะสำลักควันซินะ  ช่วยไม่ได้เสือกรูจมูกบาน
    ไอ้พวกสมุนมันก็ กองอยู่ข้างๆ ฮ่ะๆๆ ช่างภัคดีกันเสียจริง
     
    ได้เวลาแล้วซินะ 
     
    5
     
    4
     
    3
     
    2
     
    1
     
    0...
     
     
     
    "ขณะนี้ ดิฉันยืนอยู่ ที่สถานที่จริง ของเหตุการณ์ไฟไหม้ ครั้งใหญ่ของธนาคาร  เมื่อครู่นี้ ได้เกิดเสียงระเบิด
    ดังขึ้น สาม ครั้ง ตัวอาคาร ทรุดลง ทางหน่วย ดับเพลิง พยายามสกัดเพลิงที่โหมไหม้อย่างเต็มความสามารถ
    แต่ไม่มีท่าทีว่าจะสงบลงเลยค่ะ คุณ อภิชาติ"
    นักข่าวสาว ยืนแผดเสียงใส่กล้องท่ามกลางความจอแจของสถานการ ที่เกิดขึ้น
     
     
    "เอ่อ คุณวาริษา ครับ แล้วทางท่านนายกรัฐมนตรี ความคืบหน้าเป็นอย่างไรบ้างครับ"
     
    "อะไรนะคะ? ขอโทษค่ะ เสียงรบกวนเยอะมากเลยค่ะ"
     
    "ครับคุณวาริษา ทางท่านนายกเป็นอย่างไรบ้างครับ"
     
    "ลำปางหนาวมาก  จาก ครอบครัวศุภโชค" sms จากทางบ้าน บนหน้าจอฝั่งล่างซ้าย เลื่อนมาเรื่อยๆ
     
    "เอ่อ ท่านนายก ยังติดอยู่ภายในตัวอาคารเลยค่ะ ทางหน่วยกู้ภัยได้บุกฝ่าทะเลเพลิงเข้าไป ถึง 2 หนแล้ว
    แต่ก็ต้องกลับออกมาทุกครั้งเลยค่ะ สถานการณ์น่าเป็ฯห่วงจริงๆ ค่ะคุณ อภิชาติ"
     
    .
    .
    .
    "โอ้ยย ป้าก็เข้าไปฝากเงินล่ะหนู ทีนี้ไอ้หนุ่มใส่เสื้อสีฟ้า มันก็โวยวายว่าอะไรไฟไหม้ๆ ป้าก็เลยรีบออกมาเงินยังไม่ได้ฝากเลยเนี่ย"
     
    "วางเพลิงแน่ๆ แกดูซิธนาคาร น่าจะมีระบบดับไฟ พวกน้ำฉีดๆ บนเพดานนะยะนี่ อะไร๊ ไม่เห็นออกซักหยด หวอก็ไม่ดัง ชั๊น เข้าไปจีบหนุ่มแบงค์คนนั้นไม่กี่คำ ก็ต้องแจ้นออกมาซะละ รู้งี้แอบจิ๊กมาซักปึกสองปึก ท่าจะรวย"
    "โถ่ อีบ้า จะตายแล้วยังจะเสือกงกอีก รอดมาก็บุญแล้ว  ว๊ายย ตึกถล่มลงมาแล้ว ว๊ายๆๆๆๆๆ"
    .
    ..
    ...
     
    เจ้าเป็นอะไรตาย
     
    ...
     
    เจ้าเป็นอะไรตาย...
     
    ...
     
    สุวาณ  ให้สติมันหน่อยซิ
     
    "ขอรับท่าน ยมฑูต"
     
    "เฮ้ย ที่นี่ที่ไหน พวกคุณเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาลักพาตัวผม  รู้ไม๊ผมเป็นใคร...ผมเป็นนายกเชียวนะ จะทำอะไรคิดให้ดี อย่..."
     
    "หุบปาก  ข้าถามว่าเจ้าเป็นอะไรตาย   สุวาณ เอาน้ำกรดกรอกปากมัน"
     
    "อ๊ากกก...  ตาย? กุตายแล้วเหรอ ไม่จริง เมื่อบ่าย เราเข้าไปเซ็นต์รับพันธบัตรที่แบงค์จาก นายเหลี่ยมนี่นาทำไมเราตายได้?"
     
    "นายหมัก ปากหมา    ชาตะ นานมาแล้ว มรณะ เมื่อบ่าย ที่ ห้องเซฟ ใต้ตัวอาคารธนาคาร ด้วยแรงระเบิด ตายอนาถ คาที่"
    เสียงสุวาณ กล่าว นิ่งเรียบ
     
    "เจ้าใช่นายหมัก  ปากหมาหรือไม่  จงอย่าเท็จ"
     
    "ใช่..."
     
    "ดี...  สุวาณ บันทึกลงบัญชีหนังหมา เพิ่มไปว่า เนรคุณชาติ บิดเบือนความยุติธรรม สนับสนุนอธรรม บ่อนทำลายชาติ"
     
    "เอามันลงขุมนรก ลึกที่สุด ร้อยโกฏ ชาติ  ครบกรรมแล้ว ให้ไปเกิดเป็น หนอนบนอาจม อีก ร้อยโกฏชาติ แล้วให้ไป....... อีกด้วย"
     
    ปิดบัญชี!!
     
     
    ....
     
    ข่าวล่าสุดจากทางคุณ วาริษา ครับได้แจ้งทางโทรศัพท์แล้วว่า หลังจากที่ทางหน่วยดับเพลิงได้ใช้เวลาควบคุมเพลิงเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมงนั้น ได้ควบคุมให้เพลิงสงบลงได้แล้ว แล้วหน่วยกู้ภัยได้ทำการ เข้าค้นหา ท่านนายก ทันที  แล้วในที่สุด หน่วยกู้ภัย ได้หาม ร่างท่อนบน
    ของท่านนายก ออกมา....ขออภัยครับ มันน่าสยองจริงๆ ..........................................
     
    ครับทางหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ได้พยายามช่วยเหลือ อย่างเต็มความสามารถ แล้ว ก็ไม่สามารถ ยื้อเงื้อมือมัจจุราช ไว้ได้
    ท่านนายก เสียชีวิตลงแล้วอย่างน่าสะเทือนใจ ยิ่งนัก ทางศูนย์ข่าวขอสงบนิ่งไว้อาลัย 2 นาทีครับ
     
    .......
     
    เฮ้อ... คราวหน้าก็ตัวแม่ซินะ หน้าเหลี่ยมๆ คงต้องพักยาวหน่อย ไม่อยากไปขัดใจกับ ท่านยมฑูต เมืองขเมร จนต้องพิพาทกันแบบคราวก่อน  เอาล่ะๆๆๆๆ
     
     
    รู้ไม๊...จะเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาต่อๆ ไป.....
     
    July 07

    เสี่ยวระดับ โซฆูฬ เรียกเพ่

    "ปกติแล้วฉันจะทิ้งตัวลงนั่ง  แล้วจึงนอน

    แต่เมื่อวาน ฉันกลับ ล้มตัวลงนอนโดยที่ไม่ได้นั่ง"

    บางครั้ง ฉันก็ไม่ต้องการที่จะรับรู้ว่าสิ่งรอบๆ ตัวเกิดอะไรขึ้น

    แต่ในบางครั้ง   อยากจะหยุดเวลาเอาไว้นาน...นานเท่าที่ฉันจะดื่มด่ำกับแสงเทียนที่ละเลียดใบหน้าเธอ

    มันช่างน่าประทับใจ...ใช่...ฉันห้ามใจไว้ไม่ได้...

    ที่จะลนน้ำมันพรายจากเธอ

    เอ้ย!!  ที่จะบอกว่าเธอช่างน่าค้นหา ภายใต้ดวงตาคู่นั้น...

    แม้ว่าเราจะไม่ค่อยรู้จักกัน    แต่ทำไมใจฉันถึงลอย...

    เช้า...สาย...บ่ายคล้อยๆ...  เสียงของเธอยังคงลอย มาตามสายลม

    เอาเงินที่ยืมไปคืนมา   เอ๊ะ  นี่เสียงใครหว่า แผดเสียงขรม

    เวรเสียแล้ว เจ้าหนี้ ขี้เหนียวบรม   มาทำลายฝันลมลมแล้งแล้งของฉันให้หมดไป...

    ข้างบนนั้นไม่ใช่กลอน   ไม่ได้มีวรรคไม่ได้มีตอนให้เขียนถม

    มันแค่มีสัมผัสตามอารมณ์   อยากจะมีรักรสส้มซาบซ่านใจ

    แม้ว่าหวานหรือเปรี้ยวก็อยากรู้

    แม้ว่าฟันจะเป็นรูคงสุขสม

    อาจจะอ้วนขึ้นไปไม่น่าชม

    ก็อยากกินลูกอมซักกะที~~~*

    ฮ่าๆๆ    อ๊ากกกกกกๆๆๆๆๆ     

    เอ๊ะโอ!!   หมดเวลาสนุกแล้วซิๆ ๆ ~~~*

     

     

     

     

    June 28

    ผลการประกวดกลอน ฉันได้อันดับที่.....

     

    เรื่องธรรมชาติพรรณไม้ : พรรณไม้ในธรรมชาติ

     

    พรรณ มากมายหลายล้น บนผืนป่า

    พืช พฤกษา พาโลกสวย ช่วยสร้างสรรค์

    มอบ อากาศ สดใส ให้ผลพลัน

    ความหวัง เดียว คอยคุ้มกันยามน้ำมา


    มอบ ชีวิตผลิตผลบนโลกสวย

    พลัง พืชพันธุ์ช่วย เติมคุณค่า

    สู่ สายน้ำลำธารสานวิญญา

    แผ่นดิน ชุ่มเพราะป่า มาเติมเต็ม

    คน มองพืชว่ามีมากเหลือล้น

    ชั่ว ชีวิตใช้จนผืนดินเข้ม

    หมาย ยึดครองจองถางเข้าทางเล็ม

    จ้องกิน จะหมายเม้ม เต็มอัตรา


    ถูกถาง ตัดมัดขายไม่แยแส

    หมิ่น ค่าป่าไม่เหลียวแลซ้ำหักหาญ

    สิ้น หมดสิ้นผืนป่าหมดลดลำธาร

    สนใจ เพียงเงินงานการหมายมอง

    เพราะ ผืนป่านั้นมีค่ากว่า ทรัพย์

    พืชนั้น นับคุณค่ากว่าทั้ง ผอง

    คือ ความหมายแห่งจิตใจใช่เงิน ทอง

    หวัง รักษาอย่าครอบครองผอง เหล่าไทย


    โลก จะสวยต้องมีการร่วม ช่วย

    จีรัง ด้วยชนเราเฝ้า เก็บไว้

    ด้วย สองมือของเราปกป้อง ไป

    ป่าไม้ ให้สืบไปนาน แสนนาน.

     

    ด้านบนเป็นกลอนที่แต่งขึ้นเพื่อส่งประกวด  เอามาให้อ่านกันแบบ เต็มๆ ก่อนแก้ไข เลย

    ซึ่งจะเห็นได้ว่า ยังคงมีจุดบกพร่องอยู่พอสมควร เช่น เสียงท้ายวรรครับ(วรรคที่ 2 ของบท) ยังไม่เป็นเสียงจัตวา,

    เนื้อความยังไม่ค่อยสมบูรณ์ตามโจทย์ที่ได้มานัก ควรจะได้รับการแก้ไขเสียหน่อย....

    จะว่าไปแล้วก็ไม่หน่อยนะเนี่ย....

     

    บนทรายดินหินผาทุกหล้าแหล่ง

    ในห้วงแห่งคงคามหาศาล

    เป็นที่เกิดชีวิตนิจกาล

    ชีพสืบสานต่อเนื่องจากเบื้องบรรพ์

     

    ต้นไม้มากหลากค่าสารพัด

    ทั้งคนสัตว์เกิดรวมร่วมสร้างสรรค์

    สิ่งแวดล้อมพร้อมเอื้อเกื้อเผ่าพันธุ์

    เจริญวันเจริญวัยในปฐพี

     

    ด้วยดินน้ำธรรมชาติอากาศพร้อม

    สิ่งแวดล้อมแตกต่างระหว่างที่

    จะร้อนแล้งแห้งชุ่มลุ่มนที

    ชีวิตมีสภาพเหมาะเฉพาะตน

     

    ผองพรรณไม้ได้นำอำนวยสุข

    แก้ไขยุคมลภาวะประสบผล

    ปัจจัยสี่ที่ช่วยอำนวยชนม์

    ให้สัตว์คนสุขสันต์คือพรรณไม้

     

    พรรณไม้มีบุณคุณการุนย์ล้ำ

    แต่คนทำวิปริตผิดยิ่งใหญ่

    ลักลอบตัดพืชผองมิตรองภัย

    ความมักได้ผลาญโลกให้โศกตรม

     

    สิ้นพืชไปภัยพิบัติซัดโถมโลก

    วิปโยคลำบากยากเหลือข่ม

    ร่วมรักษ์พืชพรรณไว้ให้อุดม

    เพื่อสังคมมนุษยชาติปราศทุกข์ภัย

    ......

    ได้ทำการตัดกระทู้หน้าและหลังออก  เนื่องจากการเขียนกระทู้ใส่ไปทำให้คำถูกบีบบังคับเข้ามา ซึ่งเรายังไม่เก่งเข้าขั้นนักจึงนำออกดีกว่า

    เพื่อให้ใจความที่สมบูรณ์   และ กลอนชุดหลังนี้เป็นชุดที่ส่งเข้าประกวด 

    โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่า หัวข้อนี้แม่งงงโคตรยากเลยตีความผิดกก็หมดสิทธิ์ แตะรางวัล ดีนะที่ไหวตัวทัน รางวัลจึงไม่ไปไหนเสีย หึหึ

     คนที่ได้รางวัลที่ 2 3 และชมเชย ยอมรับว่าเขียนได้ดีมาก ในด้านของการเลือกคำมาใช้   แต่ถ้าจะให้ดีมากขึ้นต้องให้ความสำคัญกับความหมายด้วย

    ฉันก็เคย ให้กลอนพาอารมณ์ไป  มันไปได้เรื่อยๆ จริงๆ แต่ความไม่ยักตามไปด้วย  จุดนี้ก็พยายามปรับปรุงอยู่  

     

    ปล. เมฑั่ล แบบมีคุณภาพ



    June 17

    การอัพสเปซครั้งนี้มีที่มา

     
     
          เนื่องจากการประกาศตัวอย่างเป็นทางการแล้ว  และการกระทำก็เด่นชัด....
    ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลใดจะต้องกล่าวให้ร่ำไรเสียเวลา
    แต่การอัพสเปซนี้ มันมีที่มา   การอัพครั้งนี้มันมีที่มา...
     
     
    ขาดสิ่งหนึ่งไม่ถึงตาย แค่บางทีมันคล้ายว่าขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง
    แต่นั่น เราเป็นคนเลือกเอง...
    เลือกที่จะยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น
    ตัดสินใจในการกระทำของตนเอง...
     
     
    ขอให้โชคดี
     
    เพราะต่อแต่นี้...
     
    จะไม่มี...
     
    คนๆ นี้...
     
    ubchune 
     
    ใน B.net  ต้องขาด InW ไปคนนึง
     
    เนื่องจาก รับไม่ได้จริงๆ
     
    และผนวกกับ การเข้ามาแทนที่ในดวงใจ ด้วย เหล่าฮีโร่ 4 สีมีทีวีที่พุง
     
    นามว่า
     
    "Teletubbies"
    "เธเฬฒัพบี้"
     
     
    เพราะอากาศ....เปลี่ยนแปลงบ่อย
    ตลาดก็เลย....เปลี่ยนแกงบ่อย ไปด้วย
     
    เวรเอ๊ย... เกริ่นนำก็หมดไปเยอะแล้ว  ไว้ต่อคราวต่อไปโว้ย ฮ่าๆ
     
    ปล. CG+ ผมได้ลงงานเขียนแล้ว 2 เล่ม คือเล่ม 11 กับ 12!!  หายืมอ่านกันได้แล้ว 55+
     
    April 06

    ตัวต่อ

    วันนี้ฉันเก็บกวาดห้องเก็บของที่บ้าน
     
    แล้วก็เจอของกล่องเล่น ที่ข้างในเป็นตัวต่อ
     
    ตัวต่อที่ ตอนเด็กๆ  ฉันต่อเป็น
     
    ตอนนี้ฉันเลยลองเอามาต่อ ว่าจะต่อเป็นอยู่หรือเปล่า
     
    ฉันต่อผิด...
     
    ฉันหงุดหงิด...เพราะอากาศร้อน
     
    ฉันลุกขึ้นยืน และ หยิบตัวต่อนั้นขึ้นมา
     
    ...
    ...
    ...
     
    ฝาผนังอยู่กับที่
     
    ตัวต่อลอยเข้าไปหา ฝาผนัง อย่างช้าๆ
     
    ช้า ช้า
     
    ช้า ช้า
     
    ภาพตัวต่อ แตกกระจาย...
     
    ฉันสะบัดหัว
     
    ม่ายยยยยยยยยยย....
     
    ฉันหลุดจากภวังค์ความคิดนั้น
     
    ....
    ...
    ..
    .
     
    ตัวต่อกำลังจะถูกหยิบขึ้นมาจากกล่องเก็บของเล่น
     
    อากาศร้อนเหลือเกิน...
     
    ปรากฏว่าฉันต่อตัวต่อไม่ได้...
     
    ฉันลุกขึ้นยืน...
     
    ในมือถือตัวต่ออยู่
     
    อากาศร้อนจริงๆ...
     
    ฝาผนังอยู่กับที่...
     
    ....
    ...
    ..
    .
     
    ภาพพัดลม เริ่มหมุน
     
    เฮ้อ...ค่อยเย็นขึ้นมาหน่อย
     
    .......................................
     
    รักคนอ่านครับ
     
    ฮ่าๆๆๆ
    March 08

    ...Lines...

    นับวันความหมายมันจะยิ่งชัดเจน...
    แม้ไม่ต้องมีคำพูด...
    ไม่ต้องมีคำกล่าว...
    ไม่ต้องการเล่าเรื่องราว...
    มันก็คงยังชัดเจน...

    ทั้ง 2 ด้าน
    บนเส้นขนาน...
    ระหว่างฉัน
    กับเธอ
    มันคงไม่บรรจบกันได้
    เพราะมันคือเส้นขนาน...

    คุณสมบัติเส้นขนาน...
    คือ เส้น 2 เส้นที่ลากไปในระนาบเดียวกัน
    เมื่อมีเส้นใดๆ มาลากตัดผ่าน
    ทั้ง 2 เส้นนั้น...
    มุมแย้งจะมีค่ามุม
    เท่ากัน....

    เหมือนฉัน
    กับเธอ
    เรายังขนานกัน...
    ..
    ..
    ไม่ต้องมีเส้นใดๆ มาลากตัดผ่าน...
    แต่ก็รู้ได้ว่ามันคือเส้นขนาน..
    ของ สองหัวใจ...
    ..
    ..
    ..


    ใครแม่งจะมาอ่านวะ

    February 26

    เดอะคูเวต มอบใจให้เดอะรูมเมต

    ขอบ ฟ้ากว้างเท่าไรไม่เคยสน
    คุณ คือผู้มากล้นด้วยคุณค่า
    ทุก ความหมายส่งประกายกรายออกมา
    คน คนนี้ขอกล่าวว่า "ขอบพระคุณ"

    ละคร นี้ช่วยให้มีความชิดใกล้
    เวที สร้างความห่วงใยใช้เกื้อหนุน
    มัลติ ร่วมรวมใจไม่ขาดทุน
    ยอด เยี่ยมจริงสมที่ลุ้นด้วยกันมา

    ละคร ลุล่วงไปให้ใจสั่น
    จบ ไปแล้วใจผูกพันยังฝันหา
    มิตร ภาพไม่ขาดไป ตามเวลา
    ไม่จบ สิ้นอย่างเวลาที่เลยไป

    ขอขอบคุณ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับละครเวทีเดอะรูมเมต มากๆ ครับ


     

    February 03

    เมื่อเมฑั่ลเล่อ อยากจะมีคนรู้ใจกับเค้าบ้าง...

    "อยากจะมีใครซักคนที่ดู Jack Ass แล้วขำไปกับเรา"
     
     
    อีกไม่กี่วัน ก็ถึงวันแห่งความรักซะแล้ว
     
    อย่างงี้ก็ต้องมี gift for girl
    ใช่แล้ว!!!
    ของขวัญนั้น จากใจเมฑั่ล ควรจะเป็น การบอก Happy วาเลนไทน์เดย์ ด้วยการสำรอก กราดเกรี้ยว 
    หึหึ ช่างเหมาะสมกระไรนี่ ว่ะ ฮ่ะๆๆๆ
     
    เอ่อ 4 บรรทัด บนนั้น ไร้สาระหน่อยนะ อย่าไปสนใจถ้าอ่านแล้วถือว่าซวยไป ฮ่ะๆๆ
     
    เอาล่ะ เอาจริงๆ ละนะ
     
     
    "โลกก็คงดูสดใส ถ้าเธอ forward ใจให้ฉัน"
     
    เอ่อ... เสี่ยวไปหน่อยเอาใหม่ๆ
     
    นับตั้งแต่ขึ้นปีใหม่มา ฉันก็รู้สึกว่า
    ทำไม ใจเรามันถึงสั่นๆ บ่อยนัก
    หรือว่าเป็นเพราะความรัก เข้าล้อมผมไว้หมดแล้ว
     
    ไม่รู้ซิ เคยรู้สึกว่าหยุดคิดได้แล้วแต่ทำไม
    กลับต้องมาคิดถึงเธออีกให้ปวดใจเล่นๆ  
    เพราะงี้นี่เอง ความรักมักรังแกคนอ่อนไหว
    แล้วเหตุใดคนอ่อนไหวต้องเป็นฉัน
    นั่นก็คงเป็นสิ่งที่เรียกว่าสัมพันธ์
    ระหว่างใจของฉันสู่ใจเธอ
     
    นั่นไงเสี่ยวอีกแล้ว  สงสัยติดโรค สารวัตรสมหญิงมาแน่ๆ
    ฮึ่ยยย..หงุดหงิด!!!
     
    ด้วยพลังแห่งเมฑั่ลของแผดลั่นว่า
     
    สตรีผู้ใดที่สามารถ..
     
    - ดู Jack Ass และขำกลิ้งไปกับข้าได้
    - ฟัง เพลงเมฑั่ล ได้บ้าง
    - ไม่เบื่อที่จะได้ยินคำว่าคิดถึง และ ห่วงหา จะปากเมฑั่ล
    - อ่านกระดาษที่เมฑั่ลเขียนให้ ได้จบโดยที่ไม่อ้วกแตกซะก่อน
    - มีอารมณ์ขัน แต่ไม่ต้อง ขนาดค้วงก็ได้
    - เข้าใจคำว่า คูเวต 
    - ใส่แว่นแล้วดูดี - ดีมากจะพิจารณาเป็นพิเศษ
     
    และมีคุณสมบัติคือ..
     
    - เป็น มนุษย์ เพศ หญิง"แท้" ประเภท ตัดเดือย แล้วมาสมัคร นี่จะคูเวตให้
    - อายุ + - 3 ปีพอ
    - มั่นใจ
    - ไม่มีหาง ส่วน มีนอ ไม่ว่ากัน แต่อย่ายาวมากเป็นพอ
    - ซื่อสัตย์ เพราะข้าก็จะซื่อสัตย์ต่อคนที่ซื่อสัตย์ เช่นกัน
     
     
    ถ้าสตรีผู้ใด มีคุณสมบัติ และ พร้อมที่จะใช้ชีวิต แบบเมฑั่ล
    ที่แสนจะโรบัสต้า เอ้ย โรแมนติก โปรดติดต่อโดยตรง หรือโดยอ้อมก็ได้
    เมฑั่ลเล่อคนนี้จะขอสัญญาด้วยใจว่า จะดีกับเธอ เสมอไป
     
    แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าจะสมัครในตอนนี้ เรามีโปรโมชั่นพิเศษ ทันที
    แต่ถ้าสมัครวันพรุ่งนี้ เราก็มีโปรโมชั่นพิเศษ เหมือนกัน
    เพราะงั้นจะรอช้าอยู่ทำไม สมัครเลยซิ
     
    ถ้าเป็นฉันจะไม่ทำเธอร้องไห้
    ถ้าเธอไม่สบายจะรักษา
    ถ้ายุงกัดจะกัดยุงแล้วทายา
    ถ้าโดนหักอกมาจะดูแล
     
    ถ้าเธอชอบฉันก็ชอบอย่าสงสัย
    ถ้าเธอไม่ฉันก็ไม่ไร้ข้อแม้
    ถ้าเธอรักฉันจะรักสุดดวงแด
    ถ้าเธอพบความพ่ายแพ้ฉันปลอบใจ
     
    ถ้าของหนักจะไม่ถามแต่ช่วยถือ
    จะช่วยตอบช่วยหารือยามเผลอไผล
    ไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างไร
    ขอเพียงส่งความห่วงใยให้ก็พอ
     
    โปรโมชั่นแบบนี้มีที่ไหน
    โปรโมชั่นจ่ายด้วยใจไม่ร้องขอ
    โปรโมชั่นแบบเงียบเงียบ แบบเฝ้ารอ
    รับสมัคร ฉันไม่ง้อ ขอคนเดียว...
     
    ^^
     
    สุขสันต์วันหยุดครับทุกท่านผู้อ่าน
     
     
     
     
    January 30

    มีเวลาแล้ว ก็อัพซะเยยยยย

    เฮ้ย ไอ้พวกหน้าหมี
     
     
    ตั้งแต่ขึ้นปีใหม่มานี่ ข้าว่าจะเข้ามาเขียนอะไรลงในนี้
    แต่เวลานั้นหาได้ว่างไม่...เนื่องจากว่า...
     
    1. เตรียมงานละคร
         ละครเวทีมัลติมีเดีย  เรื่อง The RoomMate "โปรดอย่าขโมยใจฉัน"
         ด้วยงานนี้ ทำให้ข้า ได้ใช้ไฟฟ้าของมหาวิทยาลัย นานกว่านักศึกษาทั่วๆ ไป
         โดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม!!! เช็ดเป็ด คุ้มจริงๆ  ออกจากมหาวิทยาลัย ก็ 4 ทุ่มครึ่ง
         ถึงบ้านก็ เที่ยงคืน  วะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ   เพราะฉนั้น   ทุกท่านที่เฉียดกราย อ่านมาจนบรรทัดนี้แล้ว
         โปรด เตรียมเงิน 100 บาท/ 1ท่าน เพื่อซื้อบัตรละครเวทีด้วย  วันแสดงคือ 14 15 16 กุมภาพันธ์ 2551
         พวกเราตั้งใจกันมาก แล้วที่สำคัญ นักแสดงอะจึ๋ยๆ ทุกคน หมวดสายันต์ รับประกันได้ คร๊าบบบบ   
     
    2. เพลงจากละครมัลติมีเดีย
         อันนี้จริงๆ แล้วเป็นอันที่ข้าหนักใจที่สุด เพราะ จู่ๆ ขุนพล เมฑั่ล อย่างข้า ต้องมานึก Riff กีต้าร์ แบบกระจุ๋มกระจิ๋ม
         มันช่างหนักใจเสียเหลือเกิน แต่ยังไงก็ตาม ข้าก็ได้รู้ว่า การอัดเสียงกีต้าร์ เพื่อทำเพลง นี่ช่างต่างกับการเล่นสด เสียเหลือเกิน
         มันละเอียดอ่อน  บอบบาง  กริ๊บกริ๊ว  อาห์ห์ห์...  จะว่าไปแล้วก็เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่ ข้าอัดกีต้าร์ เพลงแนว Fusion แบบนี้ถ้าเกิดว่า
         ผิดพลาดตรงไหนก็ ผิดพลาดตรงนั้นไงล่ะวะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า  กูเมพไม๊  ณ เวลานี้ ที่ข้า ร่วมทำนั้น สำเร็จไปแล้ว 70% เหลือ Mix เท่านั้น 
     
    3. DotA
         มันเป็นอะไรที่รู้ๆ อยู่แล้ว  เข้า B.net ทีไร อดใจไม่ได้ ต้องเข้าไปเกรียน ซะหน่อย เลยไม่มีเวลา มาอัพสเป๊ด
     
    4. เน็ตเน่า
        เนื่องจาก ไฮสปีด อินเตอร์เน็ต ความเร็ว 2เม็ก วิ่งด้วยความเร็ว 25 - 50 kbps ไอ้หน้าหมีเอ๊ยย  เข้า กุเกิ้ล ยังช้าเล๊ย
        แล้วกุจะอัพสเป๊ดยังไงวะ -*-
     
    5. หมดแล้วล่ะ
     
     
    แค่นี้แหละ
     
    ก่อนจาก ฝาก 1 เสี่ยว
     
    "ความรักก็เหมือนทับทิมกรอบ...ข้างนอกแดงสดใส...ข้างในมีแต่แห้ว"
     
    January 05

    ทว่ายังจาบัลย์...

    ดุจคมมีดกรีดกดลงปลงสังขาร
    เถือถากเลือดเชือดดวงมาลย์ญาณขับไส
    กรีดกู่ก้องหมองหม่นป่นฤทัย
    ดับแดดิ้นสิ้นใจไม่แคล้วคืน
     
    คลองสุชลไหลนองมองยิ่งเศร้า
    ปัสสาสะแผ่วเบามิอาจฝืน
    เก็บกดกลั้นดึงรั้นล้มทั้งยืน
    หากนิมิตร ขอตื่นคืนกลับมา
     
    .........
     
    ช่างน่าเศร้านัก...
    อยากจะมีคนรักก็หาไม่
    ได้แต่โดนเหยียบย่ำซ้ำลงไป
    ตอกย้ำย้ำซ้ำกลางใจไร้เยียวยา...
     
    .......
     
    หน่ายเหนื่อยเรื่อยเรื่อยมา
    อนิจจายังโศกศัลย์
    เมื่อไรเมื่อไหร่กัน
    คนคนนั้นจะเกิดมา
    ...เพื่อเรา...
     
    amigo
     
    December 22

    ที่สุดแห่งปี ในชีวิตเมฑั่ล

    ***ที่สุดแห่งปีนี้อ้างอิงจากความรู้สึกของผมล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบุคคล หรือ องค์กรใดๆ ทั้งสิ้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน***
     
     
        วันนี้วันที่ 22 ธันวาคม 2550  ที่เขียนก่อนปีใหม่ก็เพราะว่า ช่วงปีใหม่คงไม่มีเวลามากนัก
    ทั้งนี้และทั้งนั้น ขอกล่าวล่วงหน้าไว้ก่อนเลยว่า
     
    "สวัสดีปีใหม่ครับ   ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในสากลโลก ที่ท่านเคารพ ช่วยคุ้มครองในท่าน
                 มีสุข ปลอดทุกข์ ตลอดปี 2551 และสืบต่อๆ ไปทุกๆ ปี"
     
     
    เมื่อกล่าวอย่างสุภาพไปเรียบร้อยแล้ว....
     
    กูก็ขอกล่าวด้วยเสียงสำรอกแห่งเมฑั่ลว่า
     
    "ขอให้พวกมึง ที่อ่าน และ อ่าจจะไม่ได้อ่านมีความสุขสมหวัง ด้วยพลังแห่งเมฑั่ล Yeah!!!"
     
     
    เอาล่ะๆ เสียเวลามาหลายบรรทัดแล้ว มาเริ่มกันเลยดีกว่า
    ไม่ได้เรียงลำดับตามเรื่องตามหมวดหมู่ แต่เรียงตามที่นึกออก  อ่านไปเหอะถ้าว่าง
    จะได้รู้สึกเสียเวลาเปล่าๆ  สนุกดีนะ
     
    1. คำพูดที่พูดบ่อย of the Year
    - อืมมม...แต่กูว่านะ...  <<<พูดบ่อยว่ะปีนี้
     
    2. เพลงที่กระชากใจที่สุด of the Year
    - Death Bloom ของ Mudvayne ถัดไปก็เป็น Out ใจ ของ Socool  วงนี้ InW จริงๆ
     
    3. Game of the Year
    - ปีนี้เอาจริงๆ แล้วเล่นบ่อยสุด คงไม่พ้น DotA แต่ถ้าชอบสุด แห่งปีนี้ก็เป็น RollerCoaster Tycoon 3  เกมสร้างสวนสนุกอ่ะ เล่นแล้วเพลินดีมีความสุข
     
    4. Food of the Year
    - ถ้าไม่รวมข้าวก็เป็น  ไข่ต้ม  จริงๆนะเว้ย กินเกือบทุกวันเลย ยกเว้นวันหยุด
     
    5. ข้อความที่ชอบ of the Year
    - ฉัน เป็น คน ดี              จะดีกี่เท่า หรือดีห่างเหิน อันนี้อีกเรื่องนึง
     
    6. ข้อความที่ไม่ชอบ of the Year
    - เงินที่ยืมไปอ่ะ กูไม่คืนนะ     ไอ้สาดดด ไม่มีทางเลือกให้กูเลยเหรอเนี่ย
     
    7.  กิจกรรมที่ทำบ่อย of the Year
    - โหลดบิต ว่ะ เทียบๆ ดูแล้ว เยอะเอาเรื่อง DVD หมดไป 8 หลอด HD 300 GB ก็เต็ม
     
    8. หนังที่ชอบ of the Year
    - JackAss the Movie  เท่านั้น คงจะมีความสุขมากถ้ามีสาวสวยซักคนที่นั่งดูหนังเรื่องนี้และหัวเราะไปกับเรา... จะมีไม๊น้า...
     
    9. ดาราที่ชอบ (ไทย) of the Year
    - ศรีริต้า เจนเซ่น     ลงทุนซื้อ TV จอใหญ่มาเพื่อ ดูละครหลังข่าวเพราะ ริต้าเล่นนี้แหละ
     
    10. ดาราที่ชอบ (ไม่ใช่ไทย) of the Year
    - Nao Ayukawa  เธอคนนี้ แสดงได้สุดยอดมากๆๆๆๆ  เธอสวยจากภายในออกมาถึงภายนอกจริงๆ
     
    11. บุคคลหลุดโลก of the Year
    - ค้วง    เป็นคำตอบสุดท้าย กูว่าปีหน้าแม่งก็คงยังได้เป็นแชมป์แห่งปีเหมือนปีนี้แน่ๆ
     
    12. กิจกรรมของ มหาวิทยาลัยที่ชอบ of the Year
    - ประชุมเชียร์  อันนี้แน่นอนเว้ยแม้ว่าจบ ประชุมเชียร์แล้ว น้องๆ ปี1 แม่งเหมือนจะไม่รู้จักพวกกูก็ตาม แต่ก็ประทับใจอยู่ดี
     
    13. กิจกรรมที่น่าเบื่อสุด of the Year
    - สอบกลางภาค   คนจัดตารางสอบแม่งเป็นติ่งไรไม่รู้จัดสอบ 3 วันติดแถมวันตรงกลาง แม่ง 2 วิชา โห..ไอ้คูเวต!!
     
    14. เหตุการณ์ระทึกใจ of the Year
    - เกือบโดนแทงผิดตัว     ไม่มีอะไรน่าระทึกไปกว่านี้อีกแล้ว
     
    15. เหตุการณ์น่าเสียดายที่สุด of the Year
    - อ้าวกูฝันไปเหรอเนี่ย      ยิ่งช่วงนี้ยิ่งเป็นบ่อยเป็นพิเศษ
     
    16. เหตุการณ์ ที่ประทับใจที่สุดในปี
    - วงสตอร์เบอรรี่สีเพลิง เล่นดนตรีแล้วผู้ชม สนุกไปพร้อมๆ กับพวกเรา
     
    17. Man of the Year
    - กูเอง  5555+ นี่ space กูนี่หว่า
     
    18. Girl of the Year
    - น้องสาวของฉันเอง
     
    19. เรื่องผี of the Year
    - เรื่องผีตอนไปช่วยเพื่อนย้ายหอ
     
    20. รถที่นั่งบ่อย of the Year
    - รถเมล์ สาย 68 กับ 75 สีเขียว
     
    21. รถที่ขับได้ทุเรศ of the Year
    - รถเมล์เขียว สาย 75 ไอ้สาด
     
    22. อาจารย์ of the Year
    - อ.สุริยงค์ ซิ เหตุผลจาก ข้อสอบ CG ที่เพิ่งผ่านมาหยกๆ 5555
     
    23. เพื่อนของฉัน of the Year
    - ทู๊กๆ โคนนน
     
    24. เหตุการณ์ที่ กูเกรียนมากที่สุด of the Year
    - แย่งปีโป้ รสองุ่น ของหลาน กิน
     
    25. ขนม of the Year
    - ชอคโกแลต
     
    26. .... รออัพเดต  ตอนนี้ไปกินข้าวก่อนล่ะหิวแล้ว
     
     
     
    December 10

    เมื่อแสงจันทร์ ถูกบั่นด้วยแสงดาว....

     
         ดาษดวงดาวพราวสว่างกระจ่างฟ้า
         เกลือกกลั้วมวลเมฆานภาใส
         กราดกลบเกลื่อนแสงแขเหลือรำไร
         จันทร์เหงาเหงาเศร้าสุดใจไร้ความงาม...
     
         มธุลีพลีกายให้ปลิวพ้น...
         กระจ่างแสงแจงจลล้นความถาม
         เถ้าสู่เถ้าดินสู่ดินสิ้นสุดความ
         ท้ายสุดเหลือคำนิยามตามหลอนใจ....
     
         +++++++++++
     
    ประชาธิปไตย คือการออกเสียงของคนส่วนใหญ่...
         
     
         
    November 22

    นี่คือ Slipknot

    ประวัติโคตรวง Aggressive metal กับสมาชิก 9 หน้ากากผีบ้า Slipknot
     
     slipknot
     
    Iowa ซึ่งคนส่วนใหญ่รู้จักกันในนาม "แปลกแยกไม่มีใครเสมือน."
    รัฐแห่งการเกษตรกรรม ซึ่งตั้งแต่ที่ Rock ’n Roll จรัสแสงในช่วงยุค50’s  รัฐนี้ก็ไม่มีนักดนตรีระดับพระกาฬโผล่ขึ้นมาในสารบบดนตรี
    การให้ฉายาแก่นักดนตรีจากชื่อรัฐไม่เป็นที่ถกเถียงว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย...
     
     อย่างไรก็ตามเก้ามนุษย์หน้ากากจาก Des Moines ก็เข้าไปประดับในวงการดนตรีกับหน้ากากที่ทำขึ้นเองและการรุกเร้ารีบร้อนผสมผสานแนวดนตร
    ีกับการสำรอกอันรุนแรงในแนว L.A. neo metal, hiphop, และ Downtuned screeching horror
    ล้วนแล้วแต่อยู่เหนือความคาดหมายเช่นเดียวกับแนวของเรื่อง Clock work Orange
     (นวนิยายแนววิทยาศาสตร์ ที่นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ เป็นเนื้อหาที่เด็กวัยสิบห้าปีทำสิ่งที่ทารุณโหดเหี้ยม ขอไม่พูดลงลึกถึงรายละเอียด)
     
    คุณเคยคิดถึงเกี่ยวกับวงดนตรีฮาร์คอร์เมทั่ลที่หนักหน่วงผนวกซาวด์อันรกหูที่มีกำเนิดมาจาก "the middle of nowhere" กันบ้างไหมว่าจะมีซาวด์เช่นไร?
    “ความรุนแรงอันบ้าคลั่ง” เพิ่งจะเริ่มต้นเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเท่านั้น 0,1,2,3,4,5,6,7, และ 8 คือเลขประจำตัวของเหล่ายอดมนุษย์ เอ๊ย! มนุษย์หน้ากาก
     
    ชื่อจริงในภาคของมนุษย์ปุถุชนทั่วไปเรียงตามหมายเลขคือดังนี้
     
    -ดีเจประจำวง ซิด วิลสัน
    -โคตรมือกลองร่างลูกหมา โจอี้ จอร์ดิสัน
    -จอมเกเร พอล เกรย์ในตำแหน่งมือเบส
    -เพอร์คัสชั่นจมูกยาว คริส เฟน
    -มือกีตาร์ร่างโย่ง  เจมส์ รู้ท
    -แซมเพลอร์  เคลก โจนส์
    -ตัวตลกจอมบงการ ชอว์น คลาฮาน
    -มือกีต้าร์หมีควาย  มิก ทอมสัน
    -คอรี่ เทย์เลอร์ รับบทแผดเสียงคำรามตามลำดับ
     
    face
     
     
    แต่ละคนมิเพียงแค่มาพร้อมกับภาพลักษณ์ และตัวเลขที่น่าสยองพองเกล้าขนหัวลุกเป็นที่สุดแล้ว แต่มาพร้อมกับพรสวรรค์อันเอกอ
    ุในการกระทำชำเราบรรเลงบรรลัยเครื่องดนตรีของแต่ละคนผสมผสาน และขัดแย้งในภาคดนตรีของเก้ามนุษย์หน้ากาก
    ผู้ซึ่งถูกกล่าวขานว่าเป็นพระเจ้าและผู้ทำลายล้างของวงการโมเดิร์น เฮฟวี่ นี่คือ Slipknot และตอนนี้ด้วยอุปกรณ์และพรสวรรค์ที่พวกเขามีนั้น
     ณ เวลานี้โลกเราไม่มีทางเลือกใดๆแล้วเพราะการมาถึงของโคตรวงจากนรก Slipknot และคุณต้องตัดสินใจแล้วว่าจะรับมือกับมันอย่างไร
     
    ฟอร์มวงกันในตอนครึ่งหลังปี1995 ทางวงได้ผ่านพ้นความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงสมาชิกดั้งเดิมและนี่ก็เป็นการมาถึง
    ซึ่งพวกเขา ได้อธิบายไว้ว่าเป็น “กลุ่มครอบครัว” ทุกๆคนเป็นชาว Iowans ขนานแท้ ด้วยความที่ไม่ยะโสอวดดีและสถานที่ที่ลงตัวของพวกเขานั้น
    ทำให้ทางวงมีระยะห่างเรื่องเวลาเต็มที่ในการแก้ไขจุดผิดพลาดของความหนักกะโหลก ป่วนโสตประสาทให้แจ่มแจ๋วและหนักแน่นยิ่งขึ้น
     
    ทางวงบันทึกเสียงและเผยแพร่อัลบั้มใต้ดินชุดแรกออกมาให้ผืนภิภพสะเทือนที่ชื่อ Mate Feed Kill Repeat ในปี1996ในจำนวนจำกัด1000ชุด
    และชื่อเสียงของพวกเขาก็เสมือนกับลูกบอลที่ยิ่งหมุนยิ่งแรงไม่เคยหยุด ตั้งแต่ที่ดึงดูดความสนใจค่ายเพลงต่างๆ
     
    แต่สุดท้ายแล้ว Slipknot ได้ตัดสินใจเซ็นสัญญากับค่าย Roadrunner ค่ายเพลง IAM RECORDSของโปรดิวเซอร์ผู้โด่งดัง
    รอส โรบินสัน ในปี1997 และเดินทางไปบันทึกเสียงอัลบั้มบนดินชุดแรกที่ใช้ชื่อเดียวกับวง Slipknot ที่ Indigo Ranch สตูดิโอใน L.A. กับโรบินสัน
     จากการระรัวเร็วรวดในบทเพลง Sic และ unforgiving bludgeon ของเพลง Surfacing ไปสู่ท่วงทำนองในแบบของ Sublime ในเพลง Wait and Bleed
    และจังหวะขับเคลื่อนมนต์สะกดในเพลง Prosthetics บทสรุปสุดท้ายก็คือ 13 บทเพลงที่กอปรด้วยตัวอักษรแห่งความรักและความเกลียดชังไปสู่โลกภายนอก
    การทัวร์ที่จะบังเกิดตามมาได้รับการให้คำมั่นสัญญาว่า
     
     "จะไม่เหมือนเยี่ยงใครหน้าไหน จงเชื่อในสิ่งที่จะได้เห็น."
     
    ชอว์น กล่าวเช่นนั้น และนั่นคือคำชี้แจงโต้งๆถึงสิ่งที่จะมีปรากฏบนเวที จนกระทั่งคุณได้สดับสรรพเสียงที่พวกเขาสร้างขึ้น
    แม้อาจจะดูไร้สาระที่มีสมาชิกอยู่ในวงถึงเก้าหน่อ แต่หัวหน้าคณะอย่างชอว์นก็อ้างว่า มันไม่มีทางอื่นแล้วนี่หว่าพวก
     
    “เมื่อ3ปีก่อนน่ะพวกเราต้องดูแลเรื่องตารางการฝึกฝนอย่างเข้มงวด ทุกคนต้องตรงต่อเวลาและต้องอยู่ที่นั่นตลอด
    และพวกเราก็ต้องซ้อมกันเป็นหมู่คณะ เพลงของพวกเรามันขึ้นอยู่กับทุกคน คือถ้าขาดใครซักคนหรือแม้แต่ DJ ก็ตาม
    เพลงๆนั้นก็คงไม่ใช่เพลงของเราเพราะหากไม่มีใครคนใดคนหนึ่งมันก็เหมือนกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในตัวเพลงหายไปมันหายไปจริงๆ
    ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเสนอข้อคิดเห็น แม้แค่เพียงจุดเล็กๆที่จะเพิ่มมนต์ดำลงไปในตัวเพลง”
     
    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
     
     
    November 14

    แด่ Hi5 และผู้ลุ่มหลง

    ค่านิยม Hi5 (อ่านว่า hi - five) ในสังคมปัจจุบัน
              
              โอ้ห้าไฮ้ ไฮไฟฟ์ แสนไฮเทค
    ผู้ใหญ่เด็ก วัยรุ่น หมกมุ่นยิ่ง
    เล่นเป็นบ้า เล่นเป็นวัน เล่นกันจริง
    ทั้งชายหญิง เมามัว มั่วโลกีย์
              ลงประวัติ รูปถ่าย ขายรูปลักษณ์
    ให้รู้จัก ทั้งตัว ทั่วกรุงศรี
    รูปสวยสวย หล่อหล่อ ล่อคนดี
    เหยื่อราคี ลุ่มหลง ลงบ่วงกาม
              หวัดดีเธอ อยากรู้จัก น่ารักนะ
    เธอคงจะ ไม่ว่า ถ้าฉันถาม
    ขอเมลล์เธอ ได้ไหม ไม่ได้ทราม
    ขอแค่ความ สัมพันธ์ฉัน เพื่อนยา
              แอดด์แล้วนะ เมนท์แล้ว เมนท์กลับด้วย
    รูปเธอสวย ให้ไฟฟ์ ไปแล้วจ้า
    แล้วคุยกัน ในเอ็ม เต็มเต็มนา
    อย่าลืมมา ทักกัน ละกันเธอ
              พอแผนการ สานไป ได้สักพัก
    ได้รู้จัก พาที ดีเสมอ
    เหยื่อตายใจ ถึงเวลา ข้าขอเบอร์
    แล้วนัดเจอ ฤกษ์ดี ขยี้กาม
              ศีลกาเม สุมิจฉา นี้ว่าไว้
    ลูกเมียใคร อย่าผิด คิดรุ่มร่าม
    ตั้งสติ พิศลักษณ์ จักพองาม
    อย่าหลงตาม รูปไป จนใจเมา
       
       ปัจจุบันนี้ เว็บไซต์ hi5.com กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นและผู้ใหญ่วัยทำงานครับ เว็บ hi5 นี่เป็นคล้ายๆ เว้บไซต์ส่วนบุคคล คล้ายเว็บไซต์จำพวกบล๊อก หรือไดอารี่ แต่เว็บนี้มีจุดประสงค์นอกจากไว้สำหรับเป็นบล๊อกแล้ว ยังมีไว้สำหรับแชร์รูปภาพ ทั้งภาพส่วนบุคคล หรือถ่ายกับกลุ่มเพื่อนหรือภาพอะไรก็ได้ บางคนก็ใช้ช่องตรงนี้ในการที่จะกระทำการอันผิดศีลธรรม
        ค่านิยม hi5 ตรงนี้มีทั้งดีและไม่ดีครับ ที่ว่าดีนี้คือเราสามารถนำสิ่งดีๆ ข้อคิด ธรรมะ ฯลฯ มาเผยแพร่กันได้ และก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ดีมากที่จะนำธรรมะเข้าสู่กลุ่มวัยรุ่น แต่ในทางที่ไม่ดี ก็คือการนำไปใช้ของพวกผู้ประสงค์ร้าย อย่างที่ผมกล่าวไว้ข้างต้นครับ
    เจริญในธรรมทุกท่านครับ
    November 05

    ก็เหมือนกับการปีนเขา...

    วันนี้จะมาแปลกซักหน่อยถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศบ้างแล้วกันนะ...
     
    .
    .
    .
    ฉันเฝ้ามองขึ้นไป ที่ยอดภูเขา อันสูงตระหง่าน
    หมู่เมฆ ปกปิดยอดไว้เห็นได้เพียง เงา ที่พาดลงมาที่กลุ่มเมฆนั้น...
     
    เอาล่ะ... ฉันตัดสินใจแล้ว
    ฉันจะลองปีนเขาลูกนี้ดู...
     
    อย่างมั่นใจ
    และ
    แน่ใจ
     
    ก้าวแรก....
    ฉันต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับการปีนเขานี้ เพราะไม่รู้ว่า หนทางภายหน้า จะเป็นอย่างไร
     
    ก้าวที่สอง....
    แม้ตัวฉันจะเตรียมตัวมาแล้วก็ตาม แต่ด้วยประสบการณ์ นั้น ก็นับว่ายังไม่พอเพียงสำหรับการปีนยอดเขานี้...
     
    ก้าวต่อๆ มา....
    ขึ้นมาได้ครึ่งทางแล้ว  ฉันหันกลับไปมองจุดเริ่มต้นเพื่อดูว่า เราผ่านหนทางมาแล้วเท่าไร
     
    ก้าวเดิม ยังอยู่ที่เดิม....
    ฉันหยุดพัก ด้วยความอ่อนล้าทางกายและใจ เมื่อมองขึ้นไป ที่เบื้องหน้า....  หนทางสูงชัน  โขดหินขวางกั้น  ความบากบั่นส่งกลิ่นออกมา
     
    ฉันเริ่มก้าวต่อไป.....
    เอาล่ะ  แม้จะเหนื่อยเหน็ด  ฉันก็จะพยายาม
     
    อีกไม่กี่ก้าวก็ถึงยอดเขาแล้ว
    ขาเริ่มล้า...มือเริ่มอ่อนแรง  แต่หัวใจกลับสูบฉีดเต้นแรง
     
    จุดหมาย... ณ ปลายฟ้า
    ฉันพยายามเอื้อมมือไปเกาะ หินก้อนนั้นเพื่อเหนี่ยวกายขึ้น
     
    ณ ยอดเขา
    ฉันขึ้นมาบนยอดเขาได้...ฉันกำลังเอื้อมมือไปในใจ เพื่อหยิบธงออกมาปัก
     
    และแล้ว...
    มีเสาธงต้นหนึ่งปักอยู่เบื้องหน้าฉัน... นั่นหรือสิ่งที่ฉันมองไม่เห็นก่อนที่จะปีนขึ้นมา
    นั่นหรือสิ่งที่เหล่าเมฆหมอกปกคลุม
    นั่นหรือคือสิ่งที่แสดงว่าภูเขานี้มีผู้พิชิตยอดได้แล้ว  ก่อนที่ฉันจะเริ่มปีนขึ้นมา...
    .
    .
    .
    .
    แม้ว่าฉันจะผิดหวัง
    จะเสียใจ
    ที่ขึ้นไปถึงยอดเขาแล้วต้องกลับลงมา
    พร้อมกับธงที่เตรียมไว้ในกระเป๋าแล้วก็ตาม...
    .
    .
    .
    ฉันหันหลังกลับไปมองและยิ้มเศร้าๆ
    "อย่างน้อยเราก็ภูมิใจ ที่ได้พยายามปีนขึ้นไปเพื่อพบกับความจริง"
    ฉันปาดคราบน้ำตาให้หมดไป
     
    พร้อมกับมองไปข้างหน้าเพื่อลองหาภูเขาลูกต่อไป
    ที่ยังไม่มีใครพิชิต...
     
    ไม่แน่ฉันอาจจะไม่เหมาะกับการปีนเขาก็ได้....
     
     
     
     
    October 22

    มาเถิดชาวเมฑั่ล

     
    คำชวน : บทความนี้ไม่ได้รับการตีแผ่ที่ไหนมาก่อน โปรดใช้วิจารณญาณ หลายๆ ครั้งในการอ่าน 1 รอบ
                 เด็กชายอายุต่ำกว่า 18 ปี ควรได้รับการตบเกรียนจาก ผู้อายุสูงกว่า 18 ปี.
     
     
     
     
     
    สวัสดี เหล่าเมฑั่ลทั้งมวล (ใช้เสียงสำรอกดิบ จากลิ้นไก่ และไส้ติ่ง)
     
    วันนี้วันที่ 22 ตุลาคม 2550 ตรงกับวันจันทร์ ข้างขึ้น รึข้างแรม ก็แล้วแต่
     
    ข้าก็ได้มีโอกาสไปสร้างตำนาน อันไม่น่าเป็นไปได้มาแล้ว
     
    นั่นคือ  ไปทำการท้าดวลกับไก่กะดองเบอ ณ ร้าน สเต็กทูเดย์ ชั้นบนตลาดสามย่าน
     
    อันลือลั่นในเรื่อง การคร่าวิญญาณ นักไดเอ็ตมาเป็นเบือ...
    .
    .
    .
     
    อย่างแรกที่ได้สั่งไป ตามคำท้าทาย นั่นคือ
     
    ไก่กะดองเบอ <<<ไม่รู้สะกดยังไง ในเมนูไม่มี
     
     
    ระหว่างนั่งรอ อาหารนั้น ตัวข้าได้แต่ยิ้มหยันภายในใจ
     
    'หึหึ มันจะซักแค่ไหนเชียว ไอ้ไก่กะดองเบอ ราคาคุยรึเปล่าวะ'
     
     
    ความคิดยังไม่ทันแล่นออกจากซีรีบลั่ม  สาว(?)เสิร์ฟ ก็เดิมมาพร้อมกับจานขนาด
     
    เส้นผ่าศูนย์กลาง 8 นิ้ว ที่ถูก ผักหั่นละเอียดราดด้วยน้ำสลัดซีซ่าร์สีข้น วางอยู่ ณ มุมซ้ายบน
     
    มุมขวาล่างผู้ท้าชิงได้แก่ ขนมปังปิ้งทาเนยอ่อนๆ 1แผ่น ซ่อนเฟรนซ์ฟรายด์ เป็นอาวุธลับไว้เบื้องหลัง
     
    (เพิ่มรอยหยักสมองเมฑั่ล: เฟรนซ์ฟรายด์ เคยมีการเรียกร้องของชาวฝรั่งเศษให้ใช้เป็นฟรีดอมฟรายด์ มาแล้ว
    หึหึ พวกเสรีชนคงจะชอบใจละซิชื่อนี้)
     
    ส่วนภูมิภาค กลางจาน ตั้งฐานรบ มีวัตถุทรงลูกรักบี้ ขนาดใหญ่...เท่าหัวเด็กทารก วางมา 1 ชิ้น
     
    วัตถุนั้นชวนพิศวงงงงวยเป็นยิ่งนัก
     
    ประกายทองอร้าอร่าม จากเปลือกนอก ซ่อนเร้นความนุ่มหนึบไว้ภายใน
     
    แฝงด้วยอันตรายยิ่งของผู้ที่คิดจะไดเอ็ต 
     
    แต่....
    เมื่อคมมีด กดผ่านหนังกรอบชั้นนอกไปได้ ลุล่วงแล้ว
    ชีส ร้อนๆ ล้นทะลัก ผ่านแฮมม้วน ไหลชโลมไปทั่ว เนื้อไก่ที่ห่อหุ้มอยู่ชั้นนอกสุด
     
    เป็นภาพที่ชวนหวาดเสียวเป็นยิ่งนัก
     
    ยิ่งตอนใช้ส้อมบรรจงจิ้ม แยกออกมาแล้ว ชีส ยืดตามชิ้นเนื้อที่ข้าพยายามจะ แบ่งออก ราวกับว่า
    ได้โปรดอย่าพราก เราออกจากกันเลย
     
    หึหึ ข้าหาได้ใจดีขนาดนั้น
     
    การต่อสู้ระหว่าง ชีสผู้อ่อนไหว กับใบมีดแห่งเมฑั่ล
    คงไม่ต้องบอกผลว่าใครจะหมู่หรือจ่า
     
    ก็เคยบอกแล้วไง  "เมฑั่ลเป็นใหญ่ที่สุด" ว่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า
     
    .
    .
    .
    ความปรารถนา ของจิตใจที่ใคร่รู้หาได้หมดลงไม่
     
    ข้าได้ทำตามหัวใจตนที่ตะโกงก้องออกมาว่า
    "มึงอย่าลีลาแดกซะให้หมด"
     
     
    ไก่กะดองเบอ...ริอาจจะลูบคมเมฑั่ลอย่างข้า
    ดีละข้าต้องกำจัดให้สิ้น กินให้เหี้ยน เพื่อชาวเมฑั่ลรุ่นหลังได้ตระหนักถึงวีระกรรมครั้งนี้
    ที่ข้า ในฐานะชาวเมฑั่ล ได้สำเร็จโทษ ไก่กะดองเบอ ด้วยการประหารชีพ ดับรูปกาย ของมันอย่างสิ้น
     
     
    กรึ่บ...เสียงมีดและส้อม วางรวบเข้าหากัน แสดงถึงชัยชนะที่ไก่กะดองเบอ  ยอมศิโรราบให้กับข้า
    "ปิ๊ก เมฑั่ล ณ สตอรว์เบอร์รี่สีเพลิง" 
     
    หึหึ แม้ศึกนี้จะทำให้ข้าต้องสูญกำลังลงไป 1 ในแปด แต่ก็หาได้เป็นอุปสรรคในการวิ่งขึ้นรถเมล์แต่อย่างใด
     
    แม้ว่าลมปรานภายในพยายามจะตีกลับออกจากช่องท้องผ่านลำคอให้จงได้  แต่ข้าผู้สำเร็จเคล็ดวิชา
     
    "ริฟนรก พี่โจ๊กโซคูล" มาแล้วอาการเหล่านี้ก็เปรียบเพียง สายลมที่กระทบผ่านผิวกายเท่านั้น...
     
     
    เอาล่ะ เหล่าผู้กล้า...
     
    จงลงนามไว้ ณ ที่นี้ ใครจะร่วมไปล้างบาง ณ ร้าน สเต็กทูเดย์ สาขาสามย่าน บนตลาดสามย่านชั้น สอง
    โปรดแจ้งความประสงค์พร้อม ตระเตรียม ความพร้อมของร่างกาย เสียแต่เนิ่นๆ พร้อมเตรียม ทรัพย์ไว้พอสังเขป
    90 เหรียญบาทไทย แลกกับการรำลึกถึงวีรกรรมครั้งนี้ของข้ากับเมนูไก่กะดองเบอ 1 สังเวียน นับว่าคุ้มค่ามาก
     
    เอ็งล่ะพร้อมหรือยัง?
     
     
     
     
     
     
    October 17

    อยากรู้ก็เข้ามาอ่านดิวะ

    เฮ้ยพวกเอ็ง... ใครก็แล้วแต่ที่เผลอกดเข้ามาอ่านนั่นแหละ
     
         ตอนนี้ข้าสอบเกือบจะเสร็จแล้วนะเว้ย  เหลืออีก 1 วัน 1 วิชา  ที่เวลาสอบ 1 ช.ม.
    แต่คนจัดตารางสอบใจดี๊ใจดีให้หยุดอ่านตั้ง 6 วันแน่ะ ไอ้แม่ยิ้มแฉ่ง
    เอาเถอะ ไหนๆ ก็จะสอบเสร็จแล้ว...
     
    ตะกี๊เข้าบอร์ดภาคมา ลงทะเบียน 22-26 นี้ อู้หูววว  ลงไวจังวะ ข้าจะหาตังค์มาลงทันไม๊เนี่ย
    เปิดเทอมก็ต้นๆ พ.ย.  เข้าบอร์ดภาคเจอกระทู้แบบ ยุบมัลติ พองมัลติ อะไรประมาณนี้อ่านๆดูแล้วก็ตลกดี
     
    คนเราแม่งยังถือคติ "ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร" กันอยู่อีก...
    แล้ว "คำว่าค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน" ก็เลยดูด้อยค่าลง...
     
    แต่ข้าชอบนะที่ประเมินค่าของคนด้วยผลงานนั่นน่ะ แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าทำงานเก่งอะไรนะ แต่ว่า
    มันยุติธรรมกับคนที่มีฝีมือแต่ไม่มีสังกัด
     
    เพราะตลาดเปลี่ยนแกงบ่อยไง ค่านิยมผิดๆ ซึ่งพวกเอ็งหลายๆคนอาจจะเข้าใจว่านั่นคือสิ่งถูก...ข้าก็ไม่ได้ไปบังคับ
    กดเขาเอ็งลงมากลืนหญ้าหรอกนะ เพราะข้าเป็นเพียงเมฑั่ลเล่อร์คนหนึ่งเท่านั้นเอง
     
     
    ตอนนี้มันก็เป็นเวลา ตี 3 เกือบตี 4  อาการเดิมก็กลับมาสู่ข้าอีกครั้ง นั่นคืออาการนอนหลับยาก
    รึว่าเรา..
    เครียดจากการต้องสอบปิงปองมากเกินไป...ไม่น่าจะใช่
    เครียดจากค่ารถเมล์ที่ขึ้นราคา...............ไม่น่าจะใช่
    เครียดจากภาวะโลกร้อน.....................ไม่น่าจะใช่
    เครียดจากภาวะจิตใจไม่แข็งแรง.............อาจจะใช่
    เครียดจากปัญหาไม่แข็งตัว..................ไม่ใช่เว้ยยย
    เครียดจาก..จากเชี่ยไรดีวะ...................ช่างแม่งเหอะ เริ่มง่วงแล้ว เฮ้ย!! skpc]h;:bd^
     
    ยิปปี้ ฮูลา ฮูล่า~~~*
     
    ***************
     
    ตาคู่นั้นมองฉันทำหวั่นไหว
    ผมละเอียดเลียดไหล่ทำไหวหวั่น
    ปากกระจับรับกับคางช่างเข้ากัน
    คิ้วคมคมทำใจสั่น...ฉันละลาย
     
    ค้อนเล็กเล็กตอกลงมาตาคู่นั้น
    เพียงแค่เธอเลิกคิ้วพลันฉันใจหาย
    ได้โปรดเถิดโปรดฆ่ากันให้ฉันตาย
    หยุดทำร้ายทรมานด้วยมารยา...
     
    ได้โปรดอย่าบังคับให้ฉันต้อง..............
     
    ***************
     
    October 04

    ด้วยพลังแห่ง Emo ส่งให้เขามาเกิด!!!

       ขอกล่าวว่าสวัสดี ท่านผู้อ่านกันอีกครั้งนะครับ ผมพิธีกรคนเดิม
    ครั้งที่แล้วผมได้ทำการสัมภาษณ์ คุณ คูเวต ณ เมฑั่ล ในเรื่องราวแห่ง ศาตร์ด้านเมฑั่ล ไปแล้วเชื่อว่า ท่านผู้อ่านส่วนใหญ่
    คงได้สัมผัสพลังเมฑั่ล กันไปอย่างเต็มคราบกันแล้ว  เอาล่ะครับ วันนี้ เราจะมาพบกับ ศาสตร์อีกขแนงหนึ่ง ซึ่งมีนามว่า...
     
     
    "EMOTION"
     
     
     
       และสำหรับบุคคลที่เราเชิญมานี้จะธรรมดาก็เสียชื่อผมพิธีกรคนเดิมหมด  ตอนนี้เชื่อว่าเขากำลังฟุตเวิร์ค เทสเสียงscreaming อยู่ที่หน้าเวทีแล้วแน่นอนครับ มาพบกันกับเขาเลยดีกว่าครับ ขอเชิญ ท่านผู้อ่านทุกท่านพบกับเขา
     
     
     
    Mr.D(amn)!!!
     
     
    Mr.D(amn) : Hey Waz'up man!! Sawwww..kkkkk, What yo zee m'e Go inter Go inter..
     
    เสียงกรี๊ดกระหึ่มห้องส่ง โอ้ววว มิสเตอร์ดี นี่แรงจริงๆ
     
    พิธีกร : สวัสดีครับ มิสเตอร์ดี
    มิสเตอร์ดีฯ : .....
     
    พิธีกร : สวัสดีครับมิสเตอร์ดี
    มิสเตอร์ดีฯ : .........
     
    พิธีกร : เอ่อ ท่าทางมิสเตอร์ดีจะเหน็ดเหนื่อยกับการโชว์พลังอีโม เมื่อครู่นี้มากไปงั้นเราพักชมโฆษณากันสักครู่แล่วกลับมา..
    มิสเตอร์ดีฯ : เฮ้ แหมน ยู โซ สติวปิ๊ด ยู ติ๊ง ฮู แอม ไอ๊ ?
     
    พิธีกร : (เอ่อ..ยังไงวะเนี่ย)  ง่า  คือมิสเตอร์ดีไม่ใช่เหรอครับ
    มิสเตอร์ดีฯ : อ่าห์ โนว โนว ยู๊ พลีส เซย์ "ทั่น-มิส-เตอร์-ดี" อันเด้อสะแต๋น แหม๋น?
     
    พิธีกร : อ่า..ทำไมล่ะครับ (ครั้งที่แล้วไอ้คูเวต กุว่าหนักแล้วนะมาเจอไอ้ลิงนี่อีก -*-)
    มิสเตอร์ดีฯ : พลี๊สส ติ๊ง บีฟ๊อ อ๊าค มี๊..
     
    พิธีกร : OK, I don't know why i must say "ทั่น มิส เตอร์ ดี" tell please. I don't understand.
    มิสเตอร์ดีฯ : ....(มิสเตอร์ดี เรียกผู้จัดการส่วนตัวมาข้าง ๆ) เกิง แหม๋น ทรานสะเล๊ด นาว ฮี เซ๊ย์ ว๊อด?
    ดำเกิง ผู้จัดการส่วนตัว : ไอ้หน้าติ๋มนั่นมันบอกว่า...เอ่อ...ขอเปิดดิก แป๋ปนะครับทั่น มิสเตอร์ ดี
    มิสเตอร์ดีฯ : แอสโฮล แหม๋น ยู๊ โซ สโลว์ลี่...
    ดำเกิง ผู้จัดการส่วนตัว :  อ่า ได้แล้วครับ มันบอกว่า ทำไมต้องเรียกว่า "ทั่น มิส เตอร์ ดี" ด้วยล่ะ ไม่เข้าใจ
     
    พิธีกร : ตกลงมันใช่อีโมแน่เหรอวะเนี่ย พิธีกรแอบพูด// คุณผู้จัดการส่วนตัวครับ ไม่ทราบว่า คุณ มิสเตอร์ดี พูดไทยได้ไม๊ครับ
    ดำเกิง ผู้จัดการส่วนตัว : เอ ได้ครับแต่ต้องเรียกชื่อมัน เอ๊ย ทั่นให้ถูกก่อนครับ ไม่รู้ต่อมอะไรของทั่น ผิดปกติ
    มิสเตอร์ดีฯ : ยู เซ๊ ว๊อด ดำเกิ๊ง? เด๊ด อิ๊ด ซีเคร๊ด ? วาย โด้น เทล มี๊...เก็ท เอ้าทททททท์
    ดำเกิงถูก "ทั่น มิส เตอร์ ดี" ขับลงจากเวทีอย่างไรเยื่อใย  ไม่คุ้มเลยกับบทตัวประกอบ 2 นาที
     
    พิธีกร : เอาล่ะครับ "ทั่น มิส เตอร์ ดี"
    มิสเตอร์ดีฯ : ว่าไงหน้าติ๋ม
     
    พิธีกร : ...เอ่อช่วยเรียกชื่อผมให้ดีหน่อยได้ไม๊ครับ
    มิสเตอร์ดีฯ : โอว เค๊ หน้าติ๋ม จะให้เรียกว่าอะไรดีล่ะ
     
    พิธีกร : ถึงผมจะนิ่งๆ แต่ผมกระดูกแข็งนะครับ..(พิธีกรหน้าติ๋มของเราเริ่มกัดฟันกรอดๆ )
    มิสเตอร์ดีฯ : เทค อิท อี๊ซี่แหมนนน เรียกว่า เรากับนายดีกว่า จะได้ดูไม่ห่างกัน นะ แต่นายต้องเรียกเราว่า "ทั่น มิส เตอร์ ดี" โอ
                   เค๊
     
    พิธีกร : อืมก็ได้ -ะ แม่- เรื่องมาก เหี้- ๆ (ถึงแม้หน้าจะติ๋ม แต่เขาเลิกชายเสื้อสูทให้ "ทั่น มิส เตอร์ ดี" ได้เห็น ปืน 11มม.ที่
             เหน็บอยู่)
    มิสเตอร์ดีฯ : แหะๆ นายจะถามอะไรเราล่ะ เรียกเรามาวันนี้อ่ะ เรากำลัง สร้างดนตรีสีหม่นอยู่เลยนะ (ตอบไปปาดเหงื่อไป)
     
    พิธีกร : เออ "ทั่น มิส เตอร์ ดี" มึ- อธิบายความหมายของ อีโม หน่อย เด๊ะ
    มิสเตอร์ดีฯ : เราขอพักโฆษณาได้ป่าว นายหน้า..อุ๊ปส์ (สติกลับมาทันที ที่ ไอ้หน้าติ๋ม เริ่มเลิกเสื้ออีกครั้ง)
     
    พิธีกร : ท่าทางจะไม่ได้นะ ตอนนี้ คิว โฆษณา ไม่ว่าง ต้องคุยกันต่อ ตกลงไม๊ หรือ "ทั่น มิส เตอร์ ดี" ข้อง?
    มิสเตอร์ดีฯ : แหมม นายนี่ขี้เล่นจังนะ เราไม่ข้องหรอกจ้ะ
     
    พิธีกร : ก็ดี งั้นก็ตอบมาซักทีเดะ มันคืออะไร
    มิสเตอร์ดีฯ : โอเค ตั้งใจนะพวก ไอ จะพูด รอบเดียว
     
    พิธีกร : พูดมาเลยอย่าลีลา ขอร้อง คุณแม่ไม่ปลื้ม..
    มิสเตอร์ดีฯ :  อ่า สำหรับ คำว่า EMOTION แปลตรงๆก็คือ อารมณ์นั่นแหละ แต่ในทางดนตรีมันคือ ดนตรีที่ เป็นมากกว่าดนตรี
                   เพราะมันคือ อีโม น่ะซิ ที่สำคัญ เนี่ย ไอเห็นว่า ในไทยแลนด์นี่ เด็กวัยรุ่นชอบอ้างว่าตัวเองนี่แหละ อีโมๆ ไออยาก
                   จะบอกจริงๆว่า ไอรู้สึกสมเพช เค้าไม่รู้ซักนิดส์ว่าอะไรคืออีโมที่แท้จริง อยากให้ทาง ทีมงาน ช่วยนำคำพูดของไอ
                   ไปประกาศก้องให้โลกรู้ที อีโม เนี่ยคืออะไรกันแน่
     
                      "อีโม เนี่ย ไม่ใช่การแต่งตัว การทำผมบนหัวเอียงไปข้างนึง ไม่ใช่ การแผดเสียงสกรีมออกมา  แต่มันคือ หลัง
                    ที่ขับออกมาจากอารมณ์ที่ถูกกดดัน บีบคั้น จนต้องระเบิดมันออกมา"
                  
                  ไอเห็นมีวงนึงมั๊งที่ชื่ออะไรนะ เรโตรสเป็ค อะไร
                   นี่แหละ นั่นก็เป็นอีโมขั้นเริ่มต้น ต้องฝึกอีกมากกว่าจะมาเทียบเท่าไอได้ 
     
     
    พิธีกร : งั้นที่ต่างประเทศล่ะ จริงไม๊ที่เค้าบอกว่า อีโมเป็นดนตรีของชาวเกย์
    มิสเตอร์ดีฯ : จะว่าไปแล้วก็ใช่ แต่อีโมไม่แบ่งแยกเพศหรอกนะ นายเข้าใจด้วยว่า ไอไม่ใช่ชาวม่วง แต่ไอ เลิฟ อีโม
     
     
    พิธีกร : ทำไม "ทั่น มิส เตอร์ ดี" ถึงสนใจ อีโมล่ะ -ะ
    มิสเตอร์ดีฯ : เราว่านายเอาที่เหน็บเอวไปตรงอื่นก่อนได้ไม๊ เรากลัวมันลั่นน่ะ
     
    พิธีกร : เราขี้เกียจทวนคำถามว่ะ แต่อยากได้คำตอบ (ว่าแล้ว ก็เลิกเสื้อโชว์ 11มม.อีกครั้ง)
    มิสเตอร์ดีฯ : โอ้วว โอ้วว ไอชอบเพราะ ไอ ไล๊ เเด๊ธ เย่ห์ แล้วก็ มันตรงกับเสียงร้องอันมีพลังของไอมากๆ เลย นายว่างั้นไม๊ล่ะ
     
    พิธีกร : มีไรจะพูดถึงแฟนๆ ไม๊ เห็นนั่งหลับกันไปหลายคนแล้วนั่นน่ะ ดูเดะ (ว่าพลางชี้ไปทางกลุ่มคนดูในห้องส่ง กว่า 70%
             ม่อยกระรอกไปแล้ว)
    มิสเตอร์ดีฯ : โอ้ว ไอคิดว่า เค้าคงเหนื่อยที่เดินทางตามมาดู ไอสดๆ ที่นี่แหละ เลย โซ ไทด์ โอเค๊ งั้นไอ ขอเรียก พลังอีโมก่อน
                   นะ
     
    พิธีกร : เร็วๆ ล่ะ เสียเวลา จะปิดรายการแล้ว
    มิสเตอร์ดีฯ : ตกลงๆ ว่าแต่นายอย่าเล็งปืนมาทางไอดิ ไอเสียว
     
                   เวิวววววว....โกวววว   มหัศจรรย์ อะไรอย่างนั้น (คนดูที่หลับอยู่สะดุ้ง ขึ้นมารับคอรัสทันที) โอะ โอ้ โห
              เกิดมาไม่เคยพบเจอ.... //เวลาผ่านไป 4 นาทีครึ่ง  "ทั่น มิส เตอร์ ดี"  เช็ดเหงื่อ แล้วหันมาบอกกับ กล้องว่า
              อย่าลืมนะชาวอีโม มาพบกับอีโมขั้นเทพ พร้อมกันที่ ธันเดอร์โดม วันอังคารที่ 29 กุมภาพันธ์ ปีหน้า เรามาแสดงพลัง
              แห่งชาวอีโมให้โลกรับรู้...
    อุ๊ปปป..   มีมืออวบใหญ่ มากระชากแขน "ทั่น มิส เตอร์ ดี" ออกจากหน้ากล้อง เนื่องจาก
    ขณะนั้น กำลังถ่าย ป้ายสปอนเซอร์โฆษณาอยู่
     
    -----------ตัดเข้าโฆษณา ซักที -*-  ----------------
     
    พิธีกร : เอาละครับท่านผู้อ่านคงพอรู้จัก "ทั่น มิส เตอร์ ดี" และ อีโม  กันพอสมควรแล้ว สุดท้ายและท้ายสุดนี้ "ทั่น มิส เตอร์
             ดี" จะทิ้งท้ายด้วยคำคมเด็ดๆ เหมือน ตอนต้นรายการไม๊
    มิสเตอร์ดีฯ : หึหึ  อีโม ไม่ได้มีอะไรแค่นี้ นายเข้าใจอารมณ์อันพุ่งพล่านใน เวลาที่ถูกบีบคั้นไม๊ล่ะ ถ้าใช่นายก็ถ่าย
                   ทอดมันออกมาเป็นเพลง ได้เลย และที่แน่ๆ ไอคิดว่า อีโม เนี่ย คือ นัมเบ้อวัน อ๊อปเดอะเวินล์  พวก เมฑั่ล กากๆ
                   นั่นน่ะ ไม่ได้ถึงสะเก็ดฝุ่นของอีโมด้วยซ้ำ..
     
    คูเวต ณ เมฑั่ล : เฮ้ย เอ็งว่าไงนะ ไอ้ลิงบาบูน (ไม่ทราบว่าคูเวต เข้ามาในห้องส่งตั้งแต่ตอนไหน ทราบแค่ว่าตอนนี้ในมือ คูเวต
                       ถือวัตถุ ยาว 2ฟุต สีเขียวสะท้อนแสงในมือ แล้วชี้มาที่ "ทั่น มิส เตอร์ ดี" อย่างจองเวร)
    พิธีกร : ชี๊บหายแหล่วว  ทีมงานครับ ตัดจบเลยโว้ยย
    ทีมงาน : (ตะโกนบอก) ไม่ได้โว้ยไอ้ คูเวตเหยียบสายไฟอยู่ดึงไม่ได้..
    มิสเตอร์ดีฯ : ชิ ไอ้ เมฑั่ลชั้นต่ำ  ("ทั่น มิส เตอร์ ดี" สบถ มาแผ่วเบา)
     
    ********ตรื๊ดดด*********** สัญญาณ ภาพขัดข้อง
     
    ------------------------------
     
    เรามาทางกันเล่นๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในรายการครั้งหน้า ถ้าไม่โดนแบนซะก่อน
    คูเวต ณ เมฑั่ล หรือ มิสเตอร์ ดี ณ อีโม  ใครจะอยู่ ใครจะไป เราค่อยมาดูกัน
     
    ------------------------------
     
    เฮ้ย พรุ่งนี้ข้าสอบเขียนเกมว่ะ (สอบพร้อมกะเอ็งอ่ะแหละ ปี3 มัลติทั้งหลาย) ใครช่วยแบ่งปันคำตอบให้ตอนสอบ
    ข้ายินดีที่จะมอบ บัตร ชม คอนเสิร์ต อีโม ของ "ทั่น มิส เตอร์ ดี"  จริงๆ นะ มี2ใบ เอาไป2ใบเลย แถมตังค์อีก 10 บาทด้วย
    ไปโตก หล่ะ บาย
    September 04

    เมฑั่ล อั้น อั้น อั้น!!!

    "อย่าเหิมเกริมกับชาวเมฑั่ล มิฉะนั้นมึงจะกุด" 
     
       เอาล่ะครับวันนี้ ผมพิธีกรหน้าเดิมๆ จะพาทุกท่านไปพบกับ เมฑั่ลเลอร์ผู้หนึ่งซึ่ง คุยกับเราแล้วฟังรู้เรื่องที่สุด เพื่อขอความรู้ว่า อะไรคือ "เมฑั่ล" และที่แน่ๆ เบื้องหน้าเราตรงนี้ เขาคือตำนานที่เดินได้ของโลกเราใบนี้ ขอต้อนรับ คุณ "คูเวต ณ เมฑั่ล" ได้เลยครับ
     
    พิธีกร: สวัสดีครับคุณ "คูเวต ณ เมฑั่ล"
    คูเวต ณ เมฑั่ล: เออ ว่าไงไอ้หน้าจืด.
    พิธีกร: เอ่อ เราออกอากาศเป็นรายการสดนะครับ อยากรบกวนให้คุณ คูเวต ช่วยพูดจาแบบปกติ ไม่ต้องสำรอกได้ไหมครับ
    คูเวต ณ เมฑั่ล: อะไรกันวะ เอ็งไม่เข้าใจความไพเราะของเมฑั่ลแล้วยังมาปิดกันทางสื่ออีก
                  เหรอ? ไม่ข้าจะพูดด้วยสำเนียงที่ชาวเมฑั่ลภาคภูมิใจ
    พิธีกร: ง่า.. งั้นทีมงานครับช่วยใส่ subtitle ด้วยนะครับ
    ทีมงาน: ให้ป้อมึงใส่ดิ กูฟังไม่ออกโว้ย!!
    พีธีกร: อ่า.. งั้นเราพักโฆษณากันสักครู่นะครับ
    คูเวต ณ เมฑั่ล: เฮ้ยเดี๋ยวซิวะ อะไรของเอ็งเนี่ยข้ายังไม่ทันพูดได้กี่คำเลยนะ    [ตรึ๊ดดด  ถูกตัดเข้าโฆษณาทันที]
     
    พีธีกร: เอาล่ะครับกลับมาพบกันอีกครั้ง กับผม และ คูเวต ณ เมฑั่ล   ตอนนี้เราจะมายิงคำถามที่ตรงประเด็นรุนแรงสมกับความ
            เป็นเมฑั่ลของคุณ คูเวต ณ เมฑั่ลซักที
    คูเวต ณ เมฑั่ล: เออ เอ็งนี่น่าจะมาเป็นเมฑั่ลได้นะถ้าทำเสียงสำรอกบ่อยๆน่ะ
     
    1.อะไรคือเมฑั่ล?
        - เมฑั่ล คือ สิ่งที่อยู่ก้นขั้วหัวใจของคนทุกวัยในโลกนี้
       - เมฑั่ล คือ ความจริงที่คนส่วนใหญ่ทำเป็นรับไม่ได้ แต่ลึกๆ ก็แอบคล้อยตาม
       - เมฑั่ล คือ นิยามของคำว่า "เร่าร้อน รุนแรง เด็ดขาด สยิวกิ้ว"
       - เมฑั่ล คือ เมฑั่ล
     
    2.ทำไมถึงต้องเมฑั่ลล่ะ?
       - ถามแปลกๆ เพราะเมฑั่ลคือจิตวิญญาณน่ะซิ. 
     
    3.อยากเป็นเมฑั่ลต้องทำอย่างไรบ้าง?
       -  อะไรกันวะ คิดว่าเมฑั่ลนี่เป็นแฟชั่นรึไง? ไอ้พวกสมองกลวง หัดมองให้ถึงแก่นแท้ของเมฑั่ลซิแล้วเอ็งจะเข้าใจ ว่าเมฑั่ลน่ะสัมผัสได้ทางไหนมั่ง -*-  เคยได้ยินคำว่า "ความกราดเกรี้ยวของเมฑั่ลเลอร์" ไม๊... หึหึ  ไม่ล่ะซิ  ข้าก็ได้ยินครั้งแรกเหมือนกัน    แต่งั้นก็เหอะ ข้าจะแง้มกะโหลกหนาๆ ของพวกเอ็งออกให้เมฑั่ลในหัวพวกเอ็งได้รับแสงซะบ้าง... 
                 อย่างแรก  ง่ายๆ เลย เอ็งพูดดังๆ แบบกราดเกรี้ยวเป็นไม๊?  เริ่มจากคำว่า "คูเวต" เลย สูดหายใจให้เต็มปอดแล้วแปล่งออกมา ด้วยการสำรอก ว่า "คูเวตตตตต"  เป็นไงล่ะ วิญญาณเมฑั่ลเริ่มเข้ามาขยับรอยหยักใน สมองพวกเอ็งรึยัง
                 อย่างที่สอง พอเอ็งเริ่มพูดจาด้วยสำเนียงเมฑั่ลได้แล้ว เอ็ง"ต้อง" มองแบบเมฑั่ลด้วย....  ขอร้องอย่าทำหน้า แบบชนชั้นรากหญ้าแบบนี้  เมฑั่ลต้องการความแข็งกร้าวจำเอาไว้.  ถ้าเอ็งรอรถเมล์ แล้วแม่งไม่มา ซักที  วิญญาณแห่งเมฑั่ล ในจิตใต้สำนึกมันจะโรมรันขึ้นมา ให้สัญชาตญาณ เมฑั่ลได้สำแดงขึ้นเอ็งจง มองให้รถเมล์สายที่เรารอเนี่ย มันกลายเป็นอาจมซักก้อนหนึ่ง แล้วตะโกนก้อง "กูเดินเอาก็ได้" เป็นไง ฮึกเหิมไม๊...
                 อย่างที่สามที่เป็นเบสิกๆ หูเอ็งน่ะ ฟังเสียงรอบข้างเป็นเมฑั่ลได้รึยัง?  เสียงสายลมโกรกผ่านกกหูเนี่ย พวกชนชั้น แรงงานจะได้ยินเป็นเสียง วู้ววว วู้วววว  ปกติของพวกหูไม่ถึง  แต่เราชาวเมฑั่ลที่แท้จริงเนี่ย แค่เสียงลมโกรกผ่านหู เสียง Riff กีต้าร์ ที่หนักหน่วง เสียงสำรอกที่แผดกร้าว ราวกับยืนข้างเวทีการแสดงสด
    ของ Mudvayne  มันก็จะสำเนียกออกมาจากสายลมอันแผ่วเบานั้นได้โดยไม่ยาก.
         หึหึ..3ข้อ แบบเบสิก พอจะแง้มกะโหลกเอ็งออกมาบ้างแล้วซินะ  ถ้าคิดจะเรียกตัวเองว่า "เมฑั่ล" น่ะ เอ็งคิดให้ดีว่า มีเบสิกพวกนี้รึยัง.
     
    4. ตกลงเมฑั่ลนี่มันดีหรือไม่ดีกันแน่? [ทางทีมงานทนรับพลังเมฑั่ลไม่ไหวจึงต้องเบาเสียงไมค์ลงจนแทบปิด แต่ก็ยังคงได้ยินคำตอบของ คูเวต ณ เมฑั่ล  อย่างชัดเจน]
        - นี่ข้าพูดมาตั้งนานเอ็งไม่ซึมซับความเป็นเมฑั่ล จากข้าบ้างเลยรึไง?  ในบรรดาเมฑั่ล ไม่มีใครต้อนรับไอ้พวก
          ไร้สมองหรอกนะ แต่เอาเถอะ ตัวข้าถือว่าเป็นเมฑั่ลที่ใจดีอยู่บ้าง แต่อย่าได้นึกว่าเมฑั่ลคนอื่นๆ จะเป็ฯเหมือนข้า แล้วเอ็ง
          จะเดือดร้อน  ข้าจะบอกให้ฟังก็ได้ว่าเมฑั่ลน่ะดีมากมายขนาดไหน... เปิดทวารทั้ง9 ของเอ็งให้พร้อม และคอยซึมซับพลัง
          เมฑั่ลให้เต็มที่ เอาล่ะ...
              ข้อดี (ใช้เสียงสำรอกมันออกมา)
              + เมฑั่ล มีอำนาจทางความคิดไม่มีการแบ่งแยก จะแบ่งแยกแค่พวกที่นอกระบบเมฑั่ลเท่านั้น
              + เมฑั่ล มีความสะใจเพราะทุกอย่างที่ชาวเมฑั่ลจะทำ เมฑั่ลจะทำเพื่อเมฑั่ลเท่านั้น พวกไม่ใช่เมฑั่ล จะเดือดร้อนก็
                 ช่างมัน เพราะมันไม่ใช่เมฑัล !!!
              + เมฑั่ล มีเสรีภาพในการเลือกคู่ เฮือกกก(เสียงเมฑั่ลปรีดา) ข้าโคตรชอบข้อนี้เลย
              + เมฑั่ล จริงใจ ไม่จอมปลอมใส่หน้ากากเข้าหากัน นะไอ้พวก son of a bitch!!
              + เมฑั่ล ไม่มีเรื่องหยุมหยิม ให้หนักกระบาล มีแต่ เสียงตะปบเบส อันก้าวร้าว เท่านั้นที่เราสั่นคลอนกัน
              + เป็นเมฑั่ลแล้วไม่จำเป็นต้องทำความดีเอาหน้า เพราะทุกอย่างที่เมฑั่ลทำ มันดีอยู่แล้ว ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ
              โว้ยย เยอะแยะไป พูดไปจนเบสดรัมทะลุก็ไม่หมดความดีของเมฑั่ล
              ข้อเสีย
              - ไม่มีเว้ย เพราะนี่คือเมฑั่ล !!!
     
    5. เอ่อ...ข้อสุดท้ายครับ จะฝากอะไรถึงเมฑั่ลหน้าใหม่ที่จะดำเนินรอยตามพวกพี่บ้างครับ...
               หึหึ... จำเอาไว้ไอ้ลูกชาย  ทุกวันนี้ที่โลกหมุนไปได้เพราะมีพลังเมฑั่ลผลักดันอยู่นั่นแหละ.
     
    พิธีกร : เอาล่ะครับ สำหรับวันนี้ทางเราต้องขอขอบคุณ คุณ คูเวต ณ เมฑั่ล เป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้เกียรติมาตอบปัญหาคาใจกับเรา
             ขอบคุณมากครับ
    คูเวต ณ เมฑั่ล: จริงๆ ข้าว่า ไม่เห็นจะต้องเรียกข้ามาเลยนะถามแต่คำถามบ้องตื้นอย่างงี้
                  เองดำเกิงก็ตอบได้วะ -*-  เฮ้ย พวกเอ็งจะดับไฟทำไมวะ ข้าก็มองไม่
                  เห็นทางลงนะซิ ไอ้พวกนี้นี่ ไม่รู้งานเลย อะไรกันวะ..stupid prick..
                  อุ๊บ...อั่ก..อั่ก..อั่ก.. พอเอ็ง...กล้าทำร้ายเมฑั่ลได้ยังไงวะ!!! แน่จริงเปิด
                  ไฟซิวะ  อั่ก อั่ก แอ๊ก...
     
    ------------ปิดรายการ----------
     
    ข้าจะมาล้างบางพวกเอ็งไอ้พวกปลาซิวลอบตอด  อูยยย..