8月2日
เรื่องสั้น แก้ตัว จากครั้งที่แล้วแป๊กว่ะ
ฆัมเฏือณ เณื้อเฬื่องใณณี้ มีเณื้อฮ๋าฬุณแฬง ไม่เหมาะกับเกฬียณ กาก
หฬือภู่ขาฎวิจารณญาณ
กลุ่มเด็กสาว ได้โบกมือให้ผมจอดรถ ขนาบข้าง ฟุตบาท ที่พวกเธอยืน
คะเนด้วยสายตาแล้วอายุ รวมกันทั้ง 3 คนคงไม่เกิน 50 ขวบซักเท่าไหร่นัก
และนี่คงออกมาจาก แหล่งสถานเริมรมณ์ แน่ๆ
และแล้วพวกเธอก็ขึ้นมานั่งที่เบาะหลังบนรถผม...
"พี่แท็กซี่ ช่วยไปส่ง 3 ที่เลยนะคะ" หลังที่สาวสายเดี่ยวสีชมพู คนนั้น
ได้บอกเสร็จแล้ว ก็หันไปคุย หัวเราะคิกคัก กับเพื่อนอีกสองคน
"นี่แก ตอนชั้นไปเข้าห้องน้ำน่ะนะ หนุ่มเสื้อขาวที่พวกแกอยากจะตะครุบไว้น่ะ ตามมาขอเบอร์ชั้นด้วยล่ะ"
"ยี้ สตอร์ แน่ๆ เค้าไม่ได้ปวดขี้แล้วไปขอเบอร์แกมาเช็ดตูดเหรอยะ"
เสียงหัวเราะ ดังลั่นรถ
"แต่ก็น่าเสียดาย นะชั้นน่าจะเอาเบอร์จริงๆ ให้ไป แต่ชั้นเอาเบอร์ แกให้ไปแทนนะซิ"
เสียงหัวเราะดังกว่าเก่า
"บ้า" สาวชุดแซ็ค เขินหน้าแดงก่ำ
และผมก็อดแอบมองผ่านทางกระจกมองหลังไม่ได้
หลายครั้งที่ผมลอบมอง แล้วเธอคนหนึ่ง เห็นอากัปกิริยาผม แล้วเธอ หันไปซุบซิบ
กับเพื่อนของเธอ นั่นคงเป็นเรื่องที่ไม่น่าสบายใจนักเท่าไหร่
ผมเลยปรับกระจกมองหลังขึ้นเพื่อไม่ให้พวกเธอกังวลใจอีก...
ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำห้องผู้โดยสารได้ไม่นานนัก
สาวเสื้อแขนกุดขาว บาง ได้พูดว่า
"พี่แท๊กซี่ มีเมียรึยังคะ"
เสียงหัวเราะจึงเข้ามาแทนที่ ความเงียบในห้องโดยสาร นี้อีกครั้งหนึ่ง
"ยังครับ" ผมตอบด้วยเนื้อเสียงเปื้อนยิ้ม ลดบรรยากาศมาคุไปได้มากทีเดียว
"แหมเขิน หน้าดำเชียนะ"
หลังจากนั้นผมเป็นผ่ายเริ่มถามพวกเธอบ้าง
"สมัยนี้ในเธค นี่คนเยอะมากไม๊ครับ" ผมแสร้งถาม เพื่อสร้างความเป็นมิตร
"โหวว พี่ไม่เคยเข้าเธคหรือไง คนเยอะจะตายไป หนุ่มๆ เพียบเลยย" สาวสายเดี่ยวสีชมพูตอบ
ท่าทางเธอคงสติไม่อยู่กับตัวมากนัก ด้วยขวดสีชา ที่เธอถือขึ้นมาด้วยนั่นแหละ ที่ทำเธอเป็นแบบนี้
"แหะๆ สมัยผม เธค ยังเป็นฟลอร์ให้เต้นรำอยู่เลยอ่าครับ" เอ๊ะตอบไปอย่างงี้เชยมากไม๊นะ
"ต๊ายย เธคที่ลาวเหรอคะ มีรำวงด้วย อิอิ" สาวเปรี้ยว แซวเสียงใส
"แหะๆ สมัยก่อนเป็นยั่งงั้นครับ อ่า ถึงแล้วครับ"
ผมจอดรถสนิท หน้ารั้วอัลลอยด์ พอดีกับที่สาวสายเดี่ยว เปิดประตูรถแล้ว
โบกมืออำลากับเพื่อนๆ อีก 2 คนที่อยู่บนรถ
ผมขับรถออกไปได้ซักพัก เสียงก็เงียบไป กลายเป็นว่า เธออีก สองคนหลับๆ ตื่นๆ อยู่
ก็น่าเห็นใจอยู่ นี่ก็ตี 3 แล้ว เฮ้อ เป็นวัยรุ่นนี่มันลำบากจริงๆ
อีกไม่นานผมก็ได้เรียกเธอ ทั้งสองให้ตื่นขึ้น เพื่อถามทางเข้าบ้านเธอว่าไปอย่างไร
.
.
.
เอาล่ะ เหลือคนสุดท้ายแล้วที่จะไปส่งไกลที่สุด และพูดน้อยที่สุด ในสามคน
สาวชุดแซ็ค ยังคงเอนกายพิงประตูอย่างเหนื่อยอ่อนที่ด้านหลังเบาะนั่งของผม
"พี่ขอแวะข้างทางแป๊ปนะน้อง"
"พี่คะหนูต้องรีบกลับบ้านอ่ะค่ะ"
"ที่มึงออกมาแรด ดึกๆ ดื่นๆ ไม่เห็นอยากกลับ แล้วจะมารีบอะไรตอนนี้"
ผมหันหน้าไป มองเธอเต็มๆ สองตา
ใบหน้าของสาวชุดแซ็ค แสดงถึงความกลัวที่แทรกเข้าสู้ ฝีปากได้อย่างชัดเจน
ผมระเบิดเสียงหัวเราะลั่น
"ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
เธอ กรีดร้องอย่างน่าเวททนา
ยิ่งเธอกลัวเท่าไหร่ ผมยิ่ง ควบคุมตัวเองไม่อยู่
"ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" เสียงหัวเราะผม เร่งขึ้นสูง พร้อมกับ มาตรวัดความเร็วที่ เร่งสูงขึ้น จนจะแตะ 140 อยู่แล้ว
"อย่าทำอะไรหนูเลย หนูกลัวแล้วพี่ ฮือๆๆๆๆ"
ผมยังคงหัวเราะลั่น และหันไปดูร่างเธอ สั่นสะท้าน สะอื้น ไปพร้อมๆ กัน
ผมหักพวงมาลัย เพื่อเข้าเขตชานเมือง
"หนูไหว้ล่ะอย่าทำอะไรหนูเลย เงิน โทรศัพท์ พี่เอาไปเลยหนูให้ ฮือๆๆ"
เสียงสะอื้น ระส่ำ ปนเสียงเล็กๆ ของเด็ก สาวนี่ช่างไพเราะนัก แต่เสียงนั้นทำให้ผม
นึกถึงเสียง ของอนาคตของชาติคนหนึ่งซึ่งกำลังจะพบกับจุดวิกฤตของชีวิต
น้ำตาเริ่มเอ่อล้นออกมาจาก ดวงตาผม
"โฮๆๆ ฮือๆๆๆ" ผมเริ่มกลั้นน้ำตาไม่อยู่
"ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" ผมสะอื้น แทบสิ้นสติ
ท่าทาง สาวชุดแซ็ค จะยิ่งร้องไห้ ดังกว่าเดิม มากนัก
เธอพยายามจะ ทุบกระจก เพื่อขอความช่วยเหลือ
แต่อนิจจา แถวนี้มันปลอดรถ ปลอดคนนัก ผมจึง หักพวงมาลัย เพื่อให้เธอเสียหลัก
ล้มกระแทกเบาะของผม และขอบประตู หลายๆ ครั้ง
เสียงร้องโอดครวญ ปนเสียงครวญคร่ำ ดังระงม
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
จู่ๆ ผมก็หัวเราะขึ้นอีกครั้ง ไม่รู้ซิ รู้แค่มันอยาก
ฮ่ะๆๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
เสียงกรีดร้องเธอปนไปกับเสียงหัวเราะผมโดยสนิทแล้ว
ผมเลือกที่จะจอดรถข้างแนวป่ากก ใต้ต้นไม้ใหญ่
ผมปีนข้าม เบาะไปเพื่อจะเข้านั่งข้างหลังกับเธอ
เธอใช้มือเล็กๆ ปัดป้องทุบตี ใบหน้าผม และกรีดร้องช่วยด้วยๆ
ซึ่งยิ่งกระตุ้นความกระหายของผม ให้ทวีคูณนัก
ผมชักมีดปอกผลไม้ ขนาด 4 นิ้ว ออกมาจากกระเป๋าหลัง
พร้อมกดปาดไปที่คอขาวเป็นยองไยของเธอ
เลือดลิ่ม ทะลักกลิ่นคลุ้งไปทั่วรถ
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆ"
นานเท่านาน ที่ผมแทบจะลืมหายใจ
.
.
.
ผมล้างคราบเลือด ที่เปรอะเปื้อนใบหน้าด้วย น้ำกลั่นที่เหลือในกระโปรงหลังรถ
และชำระคราบ เลือดภายในห้องโดยสาร จนสะอาด หลังจากที่นำศพ สาวชุดแซ็คหมกไว้
แถวๆ ป่ากกนั่นแหละ รกดี
และผมก็ขึ้นรถ
คาดเข็มขัดนิรภัย
มุ่งสู่ ย่านที่วัยรุ่นเยอะๆ
เพื่อหา "เหยื่อ" รายต่อไป
*********************